2012/May/23

 
ชั่วโมงนี้ ถ้าถามว่าหนังเรื่องไหนฮอตสุดๆ เราว่าเกือบทุกคนคงคิดเหมือนกัน ก็ต้อง The Avengers สิ!
 
เป็นหนังซูเปอร์ฮีโร่ที่สร้างปรากฎการณ์ใหม่ๆที่เราไม่เคยเห็นมาก่อน
 
หน้ารวมในเฟสบุคเต็มพรืดๆๆไปด้วยรูป คำพูดตัวละคร แฟนอาร์ต เพจนักแสดง   mentioned ถึง  กรี๊ดคนนั้นคนนี้ บลาๆ...เต็มไปหมด
 
ทั้งหมดนั่นส่วนใหญ่ก็เพื่อน+คนรู้จักตูทั้งนั้นเลย......
 
คนรู้จักร้อยละประมาณเก้าสิบผ่านการดูหนังเรื่องนี้แล้วเรียบร้อย และอีกหลายคนมีโครงการจะต่อรอบสอง รอบสาม...
 
 
พี่น้อง คนรู้จัก ที่ไม่ได้คุยกันพักใหญ่ ก็กลับมาเมาท์แตกได้เพราะหนุ่มๆอเวนเจอร์นี่แหละ  ทำให้นึกถึงสมัยเมื่อสิบปีก่อน สมัย LOTR กำลังดังเปรี้ยงปร้าง ตอนนั้นหนุ่มๆในเรื่องก็ฮอตสุดๆเหมือนกัน
 
เข้าทอย อาร์ อัส ก็มีมุมอเวนเจอร์ใหญ่ๆให้เลย 1 มุม ทำของเล่นเป็นล่ำเป็นสัน กำลังสงสัยว่า ไม่มีค้อนพี่ทอร์ขายมั่งเหรอ เห็นแต่ดาบเจได (ฮา)
 
และสร้างปรากฎการณ์ใหม่ ที่ตัวร้ายของเรื่องกลับเป็นฝ่ายได้รับเสียงเชียร์จากแฟนเกิร์ลสาว(วาย) อย่างท่วมท้น
 
ปกติตัวร้ายในเรื่อง ไม่ตายก็ต้องเลี้ยงไม่โต ซูเปอร์ฮีโร่รุมกินโต๊ะซะขนาดนั้น
 
แต่โลกิไม่ตาย ยังอยู่ดี  แค่มอมแมมนิดหน่อย  กับโดนคุณพี่ทำโทษจับกลับบ้านไปเฉยๆ
 
แถมก่อนไป ยังโปรยเสน่ห์ทิ้งไว้ เลยได้แฟนเกิร์ล  Loki's Army บนโลกอีกเป็นกองทัพ!!   (หนหน้ามาคงยึดโลกได้แล้วแหละ)
 
โอ้คุณพระ!  พระเจ้าจอร์จ มันยอดมาก!
 
 
สำหรับสาว (วาย) ทั้งหลาย ความเจ๋งอีกอย่างของเรื่องนี้  คือ การจับแพริ่งหนุ่มซูเปอร์ฮีโร่ ทั้งหนุ่มเล็กหนุ่มใหญ่กันให้สนุกสนาน(??)  คาดว่ามาร์เวลจะทำการตลาดมาดีว่าฟุโจฉิมีอยู่ทั่วโลก
 
อย่าว่าแต่ผู้หญิงเลยเหอะ  ผู้ชายใกล้ตัวที่รู้จักยังออกปากพูดเอง ว่าเฮ้ย ทำไมคนนี้ กับคนนั้น นั่น กับโน้น มันยังไงๆบลาๆ...  เอาแล้วไง..
 
************************************************
 
ความรู้สึกส่วนตัวกับหนังเรื่องนี้
 
เปรียบเทียบเหมือนต้มยำกุ้งล่ะมั้ง ที่ต้องใช้ส่วนผสมหลายอย่างรวมกันถึงออกมาอร่อยได้ และหลังจากชิมต้มยำกุ้งเสร็จแล้วเราก็รู้สึกอยากชิมอาหารไทยชนิดอื่นๆตามมา 
 
พอเข้าใจมั้ยคะ (ฮา)
 
ก่อนอื่นก็ต้องบอกตามตรงว่า ไม่เคยดูหนังซูเปอร์ฮีโร่ของมาร์เวลใดๆเลยสักเรื่อง ...ย้ำว่า สักเรื่อง
 
ไอ้ที่เค้าดูกันตูมตาม ก็ไม่ได้ไปดู ปล่อยผ่าน จำไม่ได้ว่าคุณป๋าซื้อดีวีดีเก็บไว้บ้างรึเปล่า
 
จนกระทั่งน้องมาไซโค ว่าเฮ้ยน่าดู ก็ยังว่าเรื่องอะไร??
 
ดูเทรลเลอร์นำ  เราก็ยังนึกในใจว่า ห๊ะ! เอาฮีโร่เยอะแยะมารวมกันได้ด้วยเหรอ?? แต่ละคนมาแบบคนละแนวมากเลยอ่ะ ตานั่นก็ไฮเทคเชียว ตานี่เป็นเทพ นั่นออกแนวสัตว์ประหลาด(??) อีกคนก็หลงมาจากยุคโน้น  ไม่น่าจะรวมกันได้เลย   แล้วจะสู้กับตัวอะไร??
 
ความสนุกเลยน่าจะเกิดจากการที่ไม่น่าจะรวมตัวกันได้ แต่ดันรวมเป็นทีมเดียวกันได้นี่แหละ
 
 
เคยได้อ่านรีวิวของหลายๆคนแ้ล้วรู้สึกเห็นด้วยมากๆ  ว่าการที่เอาคนเด่นๆมารวมกันไว้ในเรื่องเดียว บางทีมันก็กลัวแป้กตรงเรื่องบท ว่าแบบจะแย่งกันเด่นมั้ย ใครจะดับรึเปล่า กระจายไม่ทั่วถึงก็เจ๊งเอาง่ายๆ  แต่สำหรับเรื่องนี้ ขอยกความดีให้คนเขียนบทที่มอบบทให้กับยอดคนพวกนี้ได้แบบลงตัว  ดูสนุก ดูเพลิน ทุกคนมีช็อตเด่นไม่แพ้กัน อาจจะไม่ถึงกับเท่ากันเป๊ะ แต่คิดว่าเป็นความลงตัวที่เข้าท่า  แม้แต่ตัวละครตัวเล็กๆก็ยังมีบทบาท ไม่โดนปล่อยให้จืดจางแห้งเหี่ยว
 
ส่วนที่เด่นมาก คือนอกจากจะมันส์แล้ว  ยังฮาด้วย   ปล่อยมุกกระจายเป็นระยะๆมันทั้งเรื่อง  คนในโรงเห็นขำพร้อมกันหลายยกมาก ยังว่า นี่มันมาร์เวล เชิญยิ้มหรือไง(ฮา) เป็นมุกตลกที่มาในจังหวะที่มันสมควร ไม่ได้ดูยัดเยียดให้ขำแต่แบบ เออ มันขำจริง  ขำด้วยการกระทำ สถานการณ์  ตัวละครเอง   ถึงขนาดต้องมีคนรวบรวมมุกตลกของเรื่องนี้ตัดทอนมาให้ดูในพันทิป  นับได้กว่า 50 มุกทีเดียว (หรือเยอะกว่านั้นไปแล้ว เห็นมีคนมาเติมให้เรื่อยๆ)   เมื่อรวมกับฉากต่อสู้มันส์ๆ  ฉากบ้านเมืองถล่มพังนั่นพังนี่  CG เทพๆ ส่งตัวอะไรพิลึกๆออกมาได้เยอะแยะจากกรีนสกรีน  ที่ดูแล้วก็ต้องช่วยลุ้นกันไปตลอดทั้งเรื่อง 
 
ความสนุกอีกอย่าง อยู่ที่ตัวละครทั้งหมดด้วยค่ะ  เป็นการรวมตัวกันที่สนุกสนานดี   หนังก็สร้างอย่างที่เราคิด คือ แต่ละคนพื้นเพต่างกัน เป็นไปไม่ได้ที่มาฟอร์มทีมแล้วทุกคนจะเข้ากันได้ดีเยี่ยมโดยไม่ขัดแย้งอะไร กันเลย ไม่มีทาง นี่แต่ละคนเป็นถึงซูเปอร์ีฮีโร่ มีหนังเดี่ยวของตัวเองกันแล้ว(เกือบทุกคน)  พออยู่ๆจะต้องโดนดึงมารวมทีมกัน ก็เลยต้องมีการวัดฝีมือ ประลองกำลังแบบลูกผู้ชายเล็กน้อย  แถมด้วยซีนของความขัดแย้งพีคๆสักฉาก  จนเจอระเบิดแห่งความรัก (??) ลงห้องสักหนึ่งตู้ม  นั่นแหละ....
 
ก็เลยสามัคคีรวมใจกันได้ (หรือเพราะสถานการณ์จำเป็นก็สุดจะคาดเดา ฮ่าๆ)
 
 
(ซีนนี้ชอบที่สุดในเรื่องแล้ว ทุกคนหันหลังชนกัน หนีไม่ได้แล้วต้องสู้อย่างเดียว  เท่มาก ประทับจายยย)
 
 
เราชอบที่มีคนวิจารณ์ว่า หนังทำให้เราได้เห็นว่าผู้นำ หรือลีดเดอร์ อาจจะไม่จำเป็นต้องเป็นคนที่เก่งที่สุด เก่งทุกอย่างก็ได้ (อย่างกัปตันอเมริกา) แต่เป็นคนที่รู้ว่าจะใช้ใครให้เหมาะกับงานหรือสถานการณ์นั้นๆได้ต่างหาก  อันนี้ส่วนตัวคิดว่า เออใช่เลยแหละ  หรือจะเป็นการจับมือกันสู้เป็นคู่ๆ (ซึ่งอันนี้สาวๆจะชอบมว๊ากก)  เติมเต็มส่วนที่ขาดของกันและกัน  ไม่ว่าจะเป็น  คู่ต่างยุค   คู่เด็กเนิร์ด   คู่บ้าพลัง  คู่คนธรรมดาๆ  ก็เลยยิ่งเป็นสีสันให้เรื่องนี้มากขึ้น
 
และจาก The Avengers นี่เอง ทำให้เราต้องกลับบ้านมาดู Iron man 1-2 / Thor / Sherlock Holms 1-2 / Kiss Kiss Bang Bang  และคลิปสัมภาษณ์ล้านเจ็ดสิบเอ็ดแสนจากเรื่องนี้ชนิดอุตลุต
 
อิชั้นเป็นเอามากแล้วสินะ...OTL..
 
*****************************************
 
ความรู้สึกส่วนตัวกับตัวละครทั้งหลายในเรื่อง
 
 

(ภาพประกอบตอนคริสเป็นคนธรรมดานะจ๊ะ   ยิ้มแบบนี้นี่แหละที่ทำให้จำกันได้)
 
กัปตันอเมริกา/สตีฟ โรเจอร์ส  คาแรคของหนุ่มน้อยล่ำบึ้กที่โดนแช่แข็งเป็นแท่งไอติมไป 70 ปี พอโผล่ออกมาได้ก็เลยเหมือนคุณปู่หลงยุค โดนคนในทีมแซวเอาบ่อยๆ  คอสตูมลายธงชาติเมการัดติ้วนั่นมันสุดยอดมาก ; w ; (ใครดีไซน์วะคะ??)  ประทับใจ คนอะไรจะล่ำขนาดดด   มาดขรึมๆเท่แบบนี้ แต่มีบางมุมที่เอ๋อๆไม่เข้าใจมุกคนอื่นได้เหมือนกัน  แต่มุกไซอิ๋วแกรู้นะ 5555 ชอบก็ซีนที่สั่งการคนในทีมได้แบบครบวงจรนี่แหละ นี่สิลีดเดอร์ตัวจริง   เป็นเจ้าของโล่ห์มหัศจรรย์ที่กันได้ทุกอย่าง ทำด้วยอะไรไม่รู้แต่ทนดีจัง  ขนาดค้อนเทพเจ้าทุบยังทำอะไรไม่ได้เลย    คริส อีวาน คนแสดงนี้ทีแรกเราก็ว่า ทำไมคุ้นหน้าคุณคนนี้แกนัก  ไปจำได้อีกทีซีนท้ายๆเรื่องตอนจะจบแล้ว  เจอรอยยิ้มกวนๆเข้าไป (ทุกทีทำหน้าจริงจังเลยจำไม่ได้)   ถึงได้นึกออกว่า อุ๊ยตาย เคยเป็นมนุษย์เพลิงใน เดอะแฟนทาสติก โฟร์มาแล้วนี่เอง ตอนนั้นน่ารักอ่ะ ชอบทำหน้ากวนๆทะเล้นๆ
 
 
 
 
 
 
 
(ป๋าตาสวยจริงๆค่ะ อย่าทำตาเยิ้มแล้วยิ้มแบบนี้สิคะ...หลง และปลื้มมากค่ะ >///<)
 
ไอร่อนแมน /โทนี่ สตาร์ค  หนุ่มใหญ่ที่เราเลิฟๆออก นอกหน้า สารภาพว่าชอบโรเบิร์ต ดาวนีย์ จูเนียร์ จากเชอร์ล็อกส์ โฮล์มอยู่แล้ว พอรู้ว่าป๋าแกเล่นเรื่องนี้ก็เลยสนใจเพิ่มอีกหน่อย   โทนี่ สตาร์ค เป็นคาแรคที่มีสีสันมากๆตัวหนึ่งในเรื่องที่เรียกว่าขาดไปเรื่องนี้คงกร่อย  ด้วยฟีลหนุ่มใหญ่ อัจฉริยะด้านเทคโนฯ เพลย์บอย รวย ใจบุญ(ตามที่แกให้นิยามตัวเอง)  ขนตายาวสวย (555)  แอบเกรียน ทำอะไรแบบห่ามๆ ลุยๆ ตามใจตัวเองสุดๆ กวนทรีนบางโอกาส อาจมีหลายคนหมั่นไส้ แต่เรากลับชอบ 55 เป็นคาแรคเตอร์ที่ดูกลมๆดี (ไม่ใช่อ้วนน้าาา)คือมีความเป็นคนจริงๆสูงที่สุดแล้ว  ทั้งด้านเฮฮาปาจิงโกะ และมุมเศร้าที่เห็นแล้วสงสารสุดใจ  เวลาทำหน้าหงอยๆแล้วน่าสงสารรรร อยากเข้าไปปลอยจายยย    เป็นมนุษย์สารพัดประโยชน์ที่ทำได้ทุกอย่าง ซีนที่ต้องปะทะคารมกับกัปตันอเมริกาก็เป็นหนึ่งในซีนที่ชอบที่สุดในเรื่อง เลยค่ะ (ปะทะคารมแล้วเดี๋ยวก็เกี่ยวก้อยดีกัน อุฮิๆ)
 
 
 
 
 
 
 
(ลำเอียงเห็นๆ ขอลงรูปธอร์แอ๊บแบ๊วหน่อยเหอะ น่ารักเกิ๊นน  คริสหล่อทั้งตอนเป็นธอร์และเป็นตัวเขาเองเลยค่ะ)
 
ธอร์  นี่ก็อีกคนที่แบบ ใครวะคะ? ไม่เคยดูมาก่อน  ถ้าในอเวนเจอร์สเราจะรู้แค่ฟีลว่า พี่ชายมาตามน้องกลับบ้าน (อารมณ์ประมาณพ่อแม่ให้อภัยแ้ล้วกลับมาเหอะลูกเอ๊ย)  เป็นชายหนุ่มผมทอง ตาสีฟ้า หล่อล่ำ กล้ามใหญ่ สูงเทพๆเกือบสองเมตร(คนหรือเสาเรือน??)  ที่ได้อารมณ์รักน้องห่วงน้องเวอร์ๆ  ยังความปลื้มปีติและจินตนาการไกลโพ้นแก่สาววายทั้งปวง (55)  มีค้อนและสายฟ้าเป็นอาวุธ ซึ่งในอเวนเจอร์เราไม่ได้รู้พื้นเพอะไรของหนุ่มคนนี้เท่าไหร่ มารู้ก็หลังจากดูอเวนเจอร์ แล้วต่อด้วย Thor นั่นแหละ ถึงได้กรี๊ด...  นี่มันหนังไทยชัดๆ เจ้าชายตกบัลลังค์ เด็จพ่อถีบส่งมาโลก อนุชาแกล้งหลอกว่าเด็จพ่อเด๊ด เด็จแม่ไม่ให้กลับบ้าน น้องแย่งบัลลังก์อีก ฤทธิ์ก็หาย ยกค้อนก็ไม่ขึ้น กลายเป็นคนธรรมดา เศร้าอะไรจะขนาดนี้  ให้ใจแม่ยกไปเลยกับซีนที่ธอร์ต้องเสียน้ำตา เห็นตาสีฟ้าสวยขนาดนั้นแล้วน้องโลกิไม่เห็นใจคุณพี่บ้างหรือไร (เพ้อ)  แถมตัวจริงคริส เฮมฯ ก็น่ารักมาก ยินดีด้วยที่ได้เป็นพ่อคนแล้วนะคะ
 
 
 
 
 
 
(ยังคงลำเอียงอีกสำหรับทอม และโลกิ.... เป็นอีกคนที่เคยนอกสายตา แต่ตอนนี้เข้ามาอยู่เต็มใจแล้วค่ะ>///<)
 
โลกิ  เช่นกัน..คำถามแรกคือ นี่ใคร? พี่ตั้ว ศรัณยู โกอินเตอร์เหรอ (555ขออภัยแฟนเกิร์ลค่ะ)  อย่างที่บอกว่าไม่รู้มาก่อน ว่าทำไมถึงมาเป็นตัวร้ายในภาคนี้ได้ มาถึง ก็ร้ายเลย และเป็นตัวร้ายที่น่ารัก น่าสงสาร และฮา ในขณะเดียวกัน  ถ้าดูแค่ในอเวนเจอร์ คุณอาจจะไม่ชอบโลกิเลย แต่พอได้กลับไปดูธอร์ เท่านั้นแหละ.....โถ พ่อคุณ เด็กมีปัญหา หา หา...คิดว่าพ่อไม่รัก แม่ไม่สน เฮียไม่เลิฟ เลยประชดด้วยการจะครองโลกที่พี่ชายรักนี่เอง เป็นคุณน้องที่ซึนได้ใจ  ในธอร์หน้าละอ่อน เอ๊าะมาก  มีปมในใจแบบนี้นี่เองจึงกลายเป็นตัวร้ายที่ครองใจสาววายทั่วโลกไปเรียบร้อย คือไม่ชนะในเรื่อง แต่ชนะใจแฟนเกิร์ลท่วมท้นแล้วกัน   ซึ่งก็ต้องยกความดีให้กับทอม ฮิดเดิลสตันที่รับบทนี้ ไม่ได้ทอม โลกิอาจจะไม่เกิดขนาดนี้ก็ได้ ตอนนี้ก็หลงคุณทอมไปอีกคนเรียบร้อยแล้ว เป็นชายหนุ่มที่มีความน่ารักในตัวล้นเหลือและล้นหลามจริงๆ  มีเสียงหัวเราะเป็นเอกลักษณ์ ehehehehe  (555)   และเวลาอยู่นอกจอกับคริส..ก็น่ารักเวอร์ๆ (อั๊ยย) 
 
 
 
 
 
 
 
 
(ขอตอนแกหล่อๆก่อนเนอะ ตอนตัวเขียวแล้วใครๆก็จำได้ 555)
 
เดอะฮัลค์ /ดร.แบนเนอร์  ยังไม่เคยดูหนังของแกมาก่อน ออกมาตั้งสองภาคก็ยังไม่ได้ดูพี่ตัวเขียวคนนี้  ถ้าตอนเป็นคนปกติก็ดูเนิร์ดๆดี  เป็นคุณหมออยู่กัลกัตตา ดูใจดีเรียบร้อย   คุยกับสตาร์ครู้เรื่องได้แบบเทพพอกัน   แต่อย่าให้โกรธเชียวนะ  เวลาพี่เขียวอีกคนออกมาทุกอย่างบรรลัยวินาศสันตะโรไปหมด  ซึ่งก็นับเป็นตัวเดินเรื่องสำคัญอีกคนที่ออกมาทีไรก็เรียกเสียงฮากะรอยยิ้ม ของคนในโรงได้ตลอด  มีคนเรียกว่าเป็นตัวตบมุกของเรื่อง ซึ่งก็คงจะจริง  พี่เขียวอาจจะไม่ได้โดดเด่นในเรื่องของหน้าตาอะไร แต่เรื่องนี้ขาดพี่เขียวไม่ได้เลยจริงๆไม่งั้นความมันส์คงลดไปกว่าครึ่ง smash!
 
 
 
 
 
 
(คนนี้เท่ออกนะ ชอบผู้ชายยิงธนูล่ะ วั้ยๆ)
 
ฮอว์คอาย  ชายหนุ่มที่ได้สมญาว่าเป็นเลโกลัสประจำเรื่อง(555)   แม้จะไม่ได้มีหนังเป็นของตัวเองเหมือนคนอื่นในทีม แต่ภาคนี้ผกก.ก็ใจดียังเมตตาให้มีบทเด่นให้สาวกรี๊ดเหมือนกัน แม้ว่าครึ่งแรกจะโดนสะกดจิตให้เป็นพวกโลกิ สร้างความหายนะแก่หน่วยตัวเองไปหลายอยู่ แต่ก็ชดเชยครึ่งหลังเต็มที่   ท่ายิงธนูเท่ดีใช้ได้ สูสีกับออร์แลนโด้ บลูม กันเลย  ให้คะแนนมัดกล้ามแขนเกือบเต็มสิบ เทียบกะแขนสาวอย่างแบล๊กวิโดว์แล้วแขนใหญ่เมิกกก
 
 
 
 
 
 
 
(ลงรูปสาวคนเดียวในกลุ่มต้องรูปหย่ายยยไม่น้อยหน้าใคร ชอบค่ะ เจ๊เก่งมาก)
 
แบล็ควิโดว์   ทีแรกอ่านผิด เป็นแบล็ค วินโดว์ (หน้าต่างดำ)ซะงั้น 555  ขออภัยเจ๊ค่ะ เป็นสาวสวยหุ่นดีคนเดียวของกลุ่มที่แข็งแกร่งมาก เห็นแล้วประทับใจที่ผู้หญิงก็มีที่ยืนในหนังฮีโร่ฟอร์มใหญ่แบบนี้ได้เหมือน กัน สวย เก่ง หุ่นเป๊ะ  ฝีมือเยี่ยม  อยากให้คู่กะพี่เหยี่ยวไปเลย น่าจะมีซีนโรมานซ์กันในเรื่องด้วยนะ
 
 
 
 
 
 
 
 
(แกมาดูน่ารักเอาก็ตอนเจอกัปตันอเมริกานี่แหละ เหมือนเด็กเจอฮีโร่ที่ตัวเองปลื้ม)
 
จนท.โคลสัน  คุณแกโผล่ไปทุกเรื่องเลย  รู้เพราะมานั่งตามดูทีละเรื่อง ยังว่า ตาหน้าตี๋นี่ใครทำไมถึงได้ดูรู้จักซูเปอร์ฮีโร่ทุกคนดีจัง  อ่อ จริงๆแกเคยเจอทุกคนหมดแล้วนี่เอง  ท่าทางเวลาแกปลื้มกัปตันอเมริกาดูน่ารักดี น่าเสียดายที่แกพลีชีพเพื่อหนุ่มๆอเวนเจอร์  การม่องของแกทำให้ทีมอเวนเจอร์ฟอร์มทีมได้สำเร็จในที่สุด  เป็นการเสียสละที่น่าประทับใจ และขนาดจะตายแล้วยังปล่อยมุกฮาอีก  แต่ชอบฮ่ะ เลิฟๆจนท.โคลสันคุงมาก
 
 
 
 
 
 
 
(รูปนี้เหมาะกับท่านผอ. มั่กมาก เท่ดีนะ)
 
ผอ.นิค ฟิวรี่  จริงๆคาดว่าแกคงตั้งใจจะำทำบอยแบนด์แหละเพราะคัดหน้าตาซูเปอร์ฮีโร่มาแล้ว ว่าโดนใจสาวๆแน่ 555  พูดเล่นนะคะ  อารมณ์หัวหน้าหน่วยลึกลับอะไรสักอย่าง เราว่าแกหนังเหนียวอยู่นะเพราะโดนระเบิดไปหลายทีแต่แกไม่ยักเป็นอะไร  แกก็คล้ายๆคุณโคลสัน ไปโผล่หาสตาร์คมาแล้วในไอร่อนแมนด้วย  ดังนั้นแนะนำว่าถ้าอยากได้อรรถรสมากขึ้น ลองดูหนังของหนุ่มๆพวกนี้ก่อนไปดูอเวนเจอร์สักรอบแล้วกัน จะฟินมากกกก
 
*********************************************
 
หลังจากนั้นล่ะ?? 
 
 แค่จะบอกว่า หลังกลับจากดูอเวนเจอร์แล้วก็มีหลายสิ่งหลายอย่างแปลกใหม่ให้ทำเยอะเลย ฮ่าๆ
 
เริ่มตั้งแต่กลับมาดูหนังของแต่ละคน  แล้วไงอีก?
 
ก็ต้องต่อด้วยอัพเดทข่าวสาร ที่ไหงไปๆมาๆ เราก็ไปตามอ่านบ้านธอร์กิ ในพันทิปเข้าให้
 
มันช่างเป็นกระทู้มหากาพย์คู่พี่น้องจริงๆ ยาวมาก ยาวอะไรขนาดนี้ แต่ชอบบบบ กรี๊ดดด
 
และจากข้อมูลบ้านนั้น ก็ทำให้เราได้อะไรดีๆไว้ดูอีกเพียบทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นรูป บทสัมภาษณ์ แฟนอาร์ต คลิป บลาๆๆๆ
 
 
ดีแบบไหนน่ะเหรอ??  ก็แบบ....แบบนี้ไง >///<
 
(เล่นอะไรก๊านนน)
 
 
 
หรือจะน่ารักๆแบบนี้ (รูปจากกระทู้พันทิปบ้านธอร์กิ-การ์ดค่ะ)
 
 
 
น่ารักๆ ยิ้มกว้างเชียว  ดูหนิดหนมกันดีเนอะ ฮิ้ววว
 
 
------โอ่ย  พักหายใจ 10 วินาที สำลักความน่ารัก -------
 
พึ่งได้ดูพวกคลิปสัมภาษณ์เหล่าดารานักแสดงทุกคนในเรื่อง   รวมทั้งคลิปรายการต่างๆที่หนุ่มๆในเรื่องไปออกรายการประเทศต่างๆ (ลำเอียงนิดนึงจะดูแต่คนที่ชอบน่ะค่ะ555)   อีเวนท์ต่างๆ ไม่ว่าจะงานเปิดตัวรอบพรีเมียร์ งานนิวยอร์คโคมิค่อน บลาๆๆ เยอะมากๆ
 
ภาษาปะกิด..ล้วนๆ (อ๋อยย ใช้สกิลที่มีติดตัวเงี่ยหูกันสุดเดชอ่ะ สกิลอังกฤษตั้งแต่จบมาก็ไม่ค่อยได้ใช้  แต่ก็ยังดีที่ฟังแล้วยังรู้เรื่องขำตามได้ )
 
ไปขนาดนี้แล้วหยุดไม่ได้ค่ะ ย้างงง...มันหยุดไม่ได้
 
เริ่มปลื้มดาราเป็นรายบุคคลเลยฮ่ะพี่น้อง.... นั่นแน่ะ เป็นเหมือนกันใช่มั้ย
 
ไม่ว่าจะ RDJ / คริส / ทอม  ปลื้มแล้วทำไงล่ะ?? ก็ต้องหาหนังเก่าที่เค้าเคยเล่นมาดูแก้เสี้ยนน่ะสิ
 
ของ RDJ นี่ดู เชอร์ล็อกส์ โฮล์ม 2 ภาค / Kiss Kiss Bang Bang / ว่าจะหาเรื่องอื่นเพิ่มอีก
 
ของ คริส  ดูธอร์ไป/ รอสโนว์ไว้ท์ / เคบินยังไม่ได้ไปดู
 
ของทอม ก็ดูธอร์ไป  ว่าจะหา War Horse ม้าศึกจารึกโลก มาดูด้วย เห็นมีขายที่แมงป่องแล้ว  แล้วก็นั่งฟังคลิปเสียง...แฮ่กๆ ของคุณทอม ฟังแล้วจะเป็นลม ทอมคะ...อย่าทำเสียงแฮ่กๆแบบนี้บ่อยค่ะ แฟนเกิร์ลขาดใจตายค่ะ นึกถึงดราม่าวายตะหงิดๆเลยอ่ะ อ่ากกกกก
 
แล้วก็ยังงงง ยังไม่หมด โอ๊ยยย
 
พอดูเชอร์ล็อกส์เข้าไป ทีนี้ก็ได้ดูคลิปสัมภาษณ์ป๋า RDJ กะ จู๊ด ลอว์อีก
 
....ยิ่งไปกันใหญ่เลย OTL...
 
ผู้ชายรุ่นใหญ่เค้าเล่นอะไรกันแบบนี้เร้อออ (ทุบโต๊ะปุปังๆ)  น่ารักกันทั้งในเืรื่องและตัวจริงทีเดียว
 
 
เรียกว่า โบรแมนซ์กันทั้งในและนอกจอดีมั้ยนั่น  บทสัมภาษณ์สนุก และเฮฮาปาจิงโกะมาก RDJ เป็นผู้ชายที่ยิ่งอายุเยอะยิ่งดูดีแฮะ เสน่ห์ล้นเหลือจริงๆให้ตายเหอะโรบิ้น!
 
มีความสุข แฮร่~แฮปปี้ค่ะช่วงนี้ ฮี่ๆ
 
ท่าทางเราจะยังวนเวียนแต่ในเรื่องหนุ่มๆอีกนาน
 
ในเครื่องเริ่มเต็มไปด้วยรูปหนุ่มๆจากอเวนเจอร์สเต็มไปหมด
 
จริงๆแอบตั้งชื่อโฟลเดอร์ว่า Steve/Stark    แต่ไหงไปๆมาๆ เปิดดูแล้วในเครื่องดันเต็มไปด้วย สตีฟ/สตาร์ค   ธอร์/โลกิ  คริส/ทอม  RDJ+คริส  RDJ/จู๊ด โอ้ยโว้วววเย้ >///< b
 
คือรูปมันเยอะมาก แต่บางอัน ก็แบบ...ลงไม่ได้ เดี๋ยวเสียเลือดตายหมด ขอแบบน่ารักๆมาให้ดูดีกว่า
 
ดับเบิ้ลคริส
 
//เอ๊ะ เอ๊ะ...ทำไมเห็นหน้าคริสบ่อยจังล่ะในบล๊อกนี้  ไม่ได้ลำเอียงเลย จริงน้าาาา
แค่เจอรูปคู่หนุ่มคนนี้กะคนอื่นแล้วมันน่ารักดีเท่านั้นเองงง  จริงจริ๊งงง
ไม่นึกว่าจะคึกคักได้ขนาดนี้นะเนี่ย เป็นอีกช่วงเวลานึงที่น่าจดจำจริงๆ
 
*********************************************
 
แถมค่ะ   มีคลิปแนะนำที่อยากให้ลองดู สนุกทุกคลิป คอนเฟิร์มเพราะดูหมดแล้วค่ะ
 

The Avengers Movie New York Comic Con 2011 Panel

 
 

 
 
รายการทีวีที่เยอรมันค่ะ
 
 
 
จริงๆ แล้วต้องบอกว่าเยอะมาก..เยอะจริงๆที่ดูไป บางอันก็ดูแล้วหาไม่เจอ 555 ต้องไปงมอีกที แต่มีสนุกๆหลายอันทีเดียว อย่างอันที่เป็นสัมภาษณ์รายการที่รัสเซียก็สนุกและฮาดี หาดูกันนะคะ ในยูทูปมีเยอะมากๆเลย
 
แล้วก็ ฝากฟิคไว้สักเรื่องเผื่อใครชอบอ่านฟิคคู่นี้ คุณสตีฟ / คุณสตาร์ค  555 มีเขียนไว้เรื่องนึงค่ะ ด้วยความพีคหลังไปดูรอบแรก
 
 
******************************************
 
เอ็กซ์ทีนด๋อยไปเป็นวัน กว่าจะกลับมา  หมดนี่เราพิมพ์ทิ้งไว้ ทั้งเซฟ ทั้งดราฟท์อยู่หลายวัน รู้สึกว่า แค่อยากเขียนเก็บไว้เป็นที่ระลึก อีกสักเดือนหน้า ครึ่งปี สองปี หรืออีกหลายๆปี วันที่เรากลับมาอ่าน ได้เห็นหน้าพวกเค้าจะได้ยิ้มได้เวลาที่คิดถึงความทรงจำดีๆที่มีให้กับหนัง เรื่องนี้
 
ขอบคุณ The Avengers และเหล่าแฟนเกิร์ลนะคะ
 
ขอบคุณที่อ่านกันมาจนถึงบรรทัดนี้ค่ะ รู้ว่ามันยาวมาก 55  ขอบคุณที่อดทนอ่านความพร่ำเพ้อ เวิ่นเว้อของเราค่ะ
 
แล้วพบกันเอนทรี่หน้า เมื่อไหร่ไม่รู้ เมื่อเราว่างและอยากเวิ่น 555
 
 
ป่ะ...ไปกินชวาร์มาร์กันเหอะ อร่อยรึเปล่าไม่รู้^^
 

2012/May/16

เขียนไว้ได้หลายวันแล้วตั้งแต่หลังไปดู The Avengers กะที่บ้านมาค่ะ

ตามอ่านธอร์กิมาหลายเรื่อง  รู้สึกเหมือนยังไม่เห็นคนเขียนฟิคให้คู่นี้แฮะ  เลยขอซะหน่อย ด้วยรักจากใจแฟนเกิร์ลล้วนๆ

*********************************

Rate : ปกติ๊..ปกติมากๆ

Another Side  Story (Steve & Stark)

 

 

ผมไม่ได้ชอบความขัดแย้ง..แต่บางครั้งมันก็อดไม่ได้....

3 ชั่วโมงที่แล้ว...

ทุกคนลงมารวมตัวในห้องทดลองย่อมๆที่ดร.แบนเนอร์และสตาร์คทำงานอยู่โดยมิได้นัดหมาย  และต่างพากันตั้งคำถามด้วยความเคลือบแคลงสงสัยในตัวผอ. นิค ฟิวรี่เรื่องที่เขาปิดบังการลักลอบนำเทซซาแรคมาผลิตเป็นอาวุธมหาประลัย

สตาร์คกับแบนเนอร์พยายามเค้นความจริงอาวุธลับชิ้นนี้ออกมาให้ได้   แต่คนอย่างผอ. ฟิวรี่มีหรือจะจนมุมง่ายๆ  เขาโบ้ยเรื่องไปว่าการมีอยู่ของอาวุธมหาประลัยบนโลกก็เพื่อป้องกันผู้รุกรานจากต่างดาวเช่นธอร์  แล้วเรื่องก็เริ่มจะบานปลาย...เมื่อมากคนก็เริ่มมากความเห็น รวมถึงหลายประเด็นก็พัวพันกับหลายคนที่อยู่ในห้องนั้น

ที่จริงผมคงจะไม่ได้ลงไปมีส่วนร่วมวิวาทกรรมกับพวกเขาด้วย ถ้าไม่เป็นเพราะได้ยินสตาร์คพูดประโยคนั้นขึ้นมาลอยๆ

"นิวเคลียร์สักตู้ม เดี๋ยวบรรยากาศมันก็ดีขึ้นเอง"

นิวเคลียร์ หมายถึง...สงคราม      หมายถึงความเป็นความตายของทหาร พลเรือน และผู้บริสุทธิ์มากมาย   ของแบบนี้ใช่เรื่องที่ควรจะเอามาพูดเล่นหรือ!!

นั่นทำให้ผมอดรนทนไม่ไหวต้องแทรกขึ้นกลางวงสนทนานั่นบ้าง

 "นั่นสินะ สตาร์ค ก็นั่นมันอาชีพของคุณไม่ใช่รึ คุณพ่อค้าความตาย  ถ้ามีเรื่องนิวเคลียร์เข้ามาเอี่ยวบริษัทของคุณก็อาจมีส่วนรู้เห็นก็ได้"

"อ้าว เฮ้ๆ แล้วทำไมเอาชั้นไปประเด็นด้วยล่ะ"  เขาประท้วงขึ้นมาบ้าง

"ปกติก็ชอบเป็นประเด็นอยู่แล้วนี่"

บทสนทนาของผมกับเขาดูจะดุเดือดขึ้นเรื่อยๆ  เมื่อเขายังคงกวนต่อไปไม่หยุดจนน่าโมโห 

"ทำตัวเป็นขาใหญ่แบบคุณน่ะ ถอดชุดเกราะแล้วจะเป็นอะไรได้?" ผมเริ่มใส่อารมณ์บ้างแล้ว  

เขาสวนทันควัน  " มหาเศรษฐีเพลย์บอยอัจฉริยะรูปหล่อแถมยังใจบุญไง"   ฟังคำตอบยียวนกวนติ่งของเขาแล้วทำให้ดีกรีความหมั่นไส้พุ่งขึ้นอีกหลายเท่า

... หลงตัวเองนี่หว่า……

"คนเดินดินบางคนมีค่ากว่าคุณสิบเท่า ผมดูคลิปประวัติของคุณแล้ว คุณต่อสู้เพื่อสิ่งเดียวคือตัวเอง  ไม่ใช่คนที่จะรับบทเสียสละนอนทับบนลวดหนามที่พื้นให้คนอื่นคลานข้ามไปเลยสักนิด"

ไม่รู้ว่าผมคิดไปเองหรือเปล่า....แต่หลังจากสิ้นประโยคนี้ ผมมองเห็นความขมขื่นในดวงตาของเขาขึ้นมาแว่บหนึ่ง...แค่แวบเดียวเท่านั้น

"เหรอ...ถ้าเป็นชั้น   ชั้นจะตัดลวดหนามทิ้งซะ"

คำตอบนั่นทำเอาผมอึ้งไป   ไม่ยอมจำนนง่ายๆเลยนะผู้ชายคนนี้ 

 "แถไปได้เรื่อยๆนะคุณน่ะ   คุณอาจจะไม่ได้มีพิษภัยอะไร แต่หยุดสร้างภาพวีรบุรุษได้แล้ว"

"วีรบุรุษ?  อย่างนายน่ะรึ?” เขาแค่นยิ้ม  “นายมันก็แค่หนูทดลองในแลปจากงานวิจัยของพ่อชั้นนะ  โรเจอร์ส ความเหนือมนุษย์ทุกอย่างของนายมันเกิดมาจากน้ำยาพวกนั้น    เผลอๆนับไปนับมาที่จริงนายก็เป็นสมบัติชิ้นหนึ่งของสตาร์คอินดัสทรี่เสียด้วยซ้ำ  รู้ไว้ซะ!"  ดวงตาคู่นั้นวาววับ   น้ำเสียงของเขาฟังดูเยาะหยันในที  

เส้นความอดทนของผมขาดผึง..  รู้สึกเหมือนโดนหยามเกียรติกันซึ่งหน้า

"ไปใส่ชุดเกราะ แล้วมาวัดกันสักตั้งเลยดีกว่า!"

"แน่ใจรึว่าอยากทำแบบนั้น  เดี๋ยวจะหาว่ารังแกคนแก่ไม่ได้นะ!"

"ผมพร้อมทุกเมื่อ!  ไปใส่ชุดเกราะมา!!"

**************************************

เรายังไม่ทันได้โต้เถียงอะไรกันอีก  จู่ๆก็เกิดเสียงระเบิดดังสนั่นปานฟ้าถล่มขึ้นที่บริเวณใกล้เคียงห้องของพวกเรา แรงอัดอย่างรุนแรงทำให้บานกระจกหน้าต่างทุกบานแตกกระจาย ข้าวของในห้องพังพินาศเสียหายปลิวกระจัดกระจายไปทั่ว    เปลวไฟและควันดำปกคลุมจนแทบมองไม่เห็นอะไร ทุกคนกระเด็นกระดอนจากแรงระเบิดไปคนละทิศละทาง ผมเองก็โดนแรงอัดระเบิดเข้าไปไม่น้อย ดีแต่ว่าใส่ยูนิฟอร์มกัปตันอเมริกาเต็มยศเอาไว้เลยไม่เป็นอะไรมากนัก  แต่ก็รู้สึกตัวว่าร่างกายตัวเองร่วงทะลุลงไปอีกชั้นหนึ่ง  ลึกแค่ไหนไม่รู้  รู้แค่ว่าเจ็บเอาเรื่อง และหูอื้อไปพักใหญ่  ผมพยายามสะบัดหัว ไล่ความงุนงงออกไปแล้วตั้งสติเต็มที่ว่าเกิดอะไรขึ้น...ดูเหมือนว่าเราจะถูกลอบโจมตีเสียแล้ว!!

พอฝุ่นควันจางลง  ก็เห็นว่ามีอีกร่างหนึ่งที่ร่วงลงมาพร้อมกันกลิ้งอยู่ใกล้ๆ....  สตาร์คนั่นเอง!

เขามองมาทางผม  ผมก็มองไปทางเขาราวกับนัดกันไว้

"ไปใส่ชุดเกราะเร็ว!"  นั่นคือคำแรกที่ผมบอกเขา

"ได้เลย ยินดี!"   เขาตอบเร็วปรื๋อก่อนจะลุกขึ้นออกวิ่งนำไปโดยมีผมคอยรุนหลังตามไปด้วยติดๆ

ระเบิดเมื่อครู่ทำให้ผมลืมไปเลยว่า เมื่อไม่กี่นาทีที่ผ่านมานี้เราพึ่งปะทะคารมกันถึงขั้นท้าตีท้าต่อย...

 ***************************************

ภารกิจใหญ่เฉพาะหน้าของเราคือต้องพยายามทำอย่างไรก็ได้เพื่อประคับประคองเครื่องบินยักษ์ลำนี้ให้บินต่อไปได้จนถึงจุดหมาย  หลังจากที่สำรวจความเสียหายแล้วพบว่าใบพัดขนาดใหญ่ข้างหนึ่งของตัวเครื่องถูกแรงระเบิดทำลายจนใช้การไม่ได้  ส่งผลให้เครื่องยักษ์เสียการทรงตัวและทำท่าว่าจะโหม่งโลกในไม่ช้า  หากไม่มีใครสักคนรีบออกนอกตัวยานไปแก้ไข      ซึ่งหน้าที่อันสำคัญครั้งนี้จะตกเป็นของใครไม่ได้ ถ้าไม่ใช่ตัวโทนี่ สตาร์ค  ชายคนที่ผมเคยปรามาสเขาไว้เมื่อไม่กี่นาทีก่อนหน้านี้ว่าเป็นพ่อค้าอาวุธที่ขายความตายให้แก่คนทั้งโลก โดยไม่เคยนึกถึงสิ่งอื่นใดนอกจากตัวเอง 

 เขาตัดสินใจใส่ชุดเกราะเข้าไปดันใบพัดเครื่องขนาดยักษ์นั่นให้หมุนอีกครั้ง  สำหรับผม ลำพังแค่รับคำสั่งคอยดึงคันโยกอยู่ด้านนอก  ฟังดูเหมือนจะเป็นภารกิจง่ายๆ หากที่จริงแล้วมันเป็นภารกิจที่ต้องใช้ความไว้เนื้อเชื่อใจกันมากทีเดียว  เพราะหากเขาพลาด หรือผมพลาด   คนที่เข้าไปเสี่ยงก็มีหวังเละคาใบพัดเท่านั้น        ซ้ำร้ายผู้บุกรุกจากภายนอกก็รุกคืบเข้ามาอย่างช้าๆ พร้อมกับซุ่มยิงโจมตีเข้ามาตลอดเวลา  จนผมต้องหลบเลี่ยงและหาจังหวะโต้ตอบกลับไป   มีอยู่จังหวะหนึ่งที่ผมพลาดร่วงหลุดออกไปนอกตัวเครื่อง   ดีที่ว่ายังมือเหนียวเกาะสายไฟแถวนั้นเอาไว้ได้ ไม่เช่นนั้นก็คงสิ้นชื่อไปแล้วเหมือนกัน

เสียงสตาร์คดังขึ้นมาจากเครื่องมือสื่อสาร  “ดึงคันโยกเร็ว โรเจอร์ส!”

ผมทำได้แค่ตะโกนตอบไปว่า “เดี๋ยวนะคุณ  ขอสักนาทีนึงได้มั้ย ผมกำลังติดพันศึกอยู่!”

สายไฟที่เหนี่ยวไว้เกือบจะหลุดมือไปเสียหลายครั้ง  ทำอย่างไรก็ดึงดันตัวเองขึ้นไปไม่ได้สักที  ช่วงจังหวะที่ลอยคว้างกลางอากาศ  วินาทีที่คาบเกี่ยวระหว่างความเป็นกับความตาย กลับมีความคิดหนึ่งแวบเข้ามาในสมอง

“ถ้าตกลงไปตายตอนนี้ ใครจะช่วยสตาร์ค??  และถ้าภารกิจนี้ไม่สำเร็จทุกคนจะต้องตายกันหมด  เพราะฉะนั้นเราจะยังตายตอนนี้ไม่ได้เด็ดขาด!!”

ความคิดนี้ทำให้ผมเอาเรี่ยวแรงมาจากไหนไม่รู้ ฮึดสู้จนพาตัวเองกลับขึ้นไปอยู่ในตัวเครื่องได้สำเร็จ   สิ่งแรกที่ทำ คือรีบพุ่งตัวไปดึงคันโยกให้   ท่ามกลางห่ากระสุนจากฝ่ายตรงข้ามที่ปลิวมาไม่ขาดสาย    พลันมนุษย์ไอพ่นคนหนึ่งก็บินข้ามหัวผมพุ่งถลาเข้าไปไปอัดเจ้าของกระสุนพวกนั้นอย่างรุนแรง และรวดเร็วจนพวกมันหมอบกระแต… 

ทัน...ใช่มั้ย?

เขารอดแล้วสินะ

เสียงห่ากระสุนยุติลง  การต่อสู้ทั้งหมดดูเหมือนจะยุติลงชั่วคราวเหมือนกัน  ผมเดินทะลุเข้าไปในตัวยานด้านใน  ก่อนจะทรุดลงไปนั่งลงพิงฝาใกล้ๆกับร่างหุ้มเหล็กที่นอนแผ่สองสลึงอยู่กลางพื้น

“ขอบคุณที่ช่วย   สภาพคุณตอนนี้....ดูไม่จืดเลยนะ” ผมหันไปแหย่เขาบ้าง

 ไม่สิ ก็แค่พูดตามที่เห็น

เสียงหน้ากากเหล็กที่ถลอกปอกเปิกไปทั้งหน้าเปิดออก  เขาหันหน้ามามองผมก่อนจะตอบเสียงเซ็งๆ  “คนแก่แถวนี้ชักช้าชะมัดยาด บอกให้ดึงคันโยกก็มัวแต่ทำอะไรอยู่ได้”

“ขอโทษที   ตอนนั้นผมหลุดออกไปนอกเครื่องน่ะ”  ผมตอบไปตามตรง ไม่ได้นึกโกรธที่ถูกเรียกเป็นคนแก่ “ผิดพลาดทางเทคนิคนิดหน่อย”

“ถ้ากัปตันอเมริการ่วงลงไปตายมีหวังสาวๆทั่วประเทศคงร้องไห้ขี้มูกโป่งแน่ๆ เฮอะ”  เขายังคงทำเสียงล้อเลียนต่อ  ผมได้แต่นั่งเงียบสักพัก...รู้สึกว่ามีอะไรที่ควรจะต้องพูด และตัดสินใจที่จะพูดออกไป

“เรื่องในห้องเมื่อกี๊...ผมพูดแรงไปหน่อย  ถ้ามันทำให้คุณรู้สึกไม่ดีก็ต้องขอโทษด้วย”  ผมหันไปมองทางเขา  ไม่มีคำพูดใดๆออกจากร่างนั้นที่เอาแต่มองเพดาน ผมจึงพูดต่อ “วันนี้คุณเป็นฮีโร่ตัวจริง    ไม่งั้นพวกเราคงตายกันหมด”

เสียงเอี๊ยดอ๊าดของเครื่องจักรกลดังขึ้นเมื่อเขายันตัวลุกจากพื้นมานั่งกอดอกมองผมบ้าง  “ไม่ยักกะรู้ว่ากัปตันอเมริกาผู้องอาจจะมีมุมน่ารักแบบนี้กับเขาด้วยเหมือนกัน”  เขาหัวเราะเบาๆ  รอยยิ้มนั้นช่วยให้บรรยากาศผ่อนคลายลงไม่น้อย   “ช่างมันเถอะ ถือว่าเจ๊ากันไป  ชั้นก็ใส่นายไปเยอะอยู่”

อย่างน้อยคำขอโทษก็ช่วยให้บรรยากาศระหว่างผมกับเขาดีขึ้นได้

ระหว่างนั้น เครื่องมือสื่อสารประจำตัวก็ดังขึ้น  เป็นเสียงของผอ. ฟิวรี่นั่นเอง

“โคลสันโดนเข้าแล้ว  เราพยายามช่วยแล้ว แต่...ไม่ทัน”

ช่างเป็นข่าวร้ายที่สุดของวันนี้จริงๆ....

************************************************

พวกเรากลับมารวมตัวที่โต๊ะประชุมกลางห้องโถงอีกครั้งหลังจากที่เคลียร์พื้นที่เรียบร้อยแล้ว   จากปากคำของผอ.ฟิวรี่เมื่อสักครู่  ทำให้เราได้ทราบเพิ่มเติมทั้งข่าวดีและข่าวร้าย   ข่าวดีคือ อย่างน้อยเราก็ยังรักษาตัวยานเอาไว้และยังบินต่อไปได้ แม้จะมีเจ้าหน้าที่ในยานได้รับบาดเจ็บจำนวนหนึ่ง  แต่ข่าวร้ายมีมากกว่านั้น  โลกิหลุดจากห้องกระจกที่คุมขังหนีไปได้ ยานหลายส่วนได้รับความเสียหาย ธอร์และดร.แบนเนอร์หายไปจากยาน ยังหาตัวไม่พบ คาดว่าคงจะตกลงไปยังพื้นโลกและไม่ทราบชะตากรรมว่าจะเป็นตายร้ายดีอย่างไร  แต่ที่น่าเศร้าที่สุด คือการที่ได้รู้ว่า จนท.โคลสัน  เพื่อนตัวเล็กของพวกเราจากไปอย่างไม่มีวันกลับด้วยฝีมือของโลกิ

ความตายของโคลสัน ช็อคความรู้สึกของผมไม่น้อย  แม้จะไม่ได้รู้จักกันมากมายเป็นการส่วนตัว แต่อย่างน้อยก็เป็นคนใกล้ตัวที่เคยเห็นหน้าค่าตากันมา จู่ๆมาจากไปกะทันหันแบบนี้ก็น่าใจหาย  ผอ.ฟิวรี่ มองหน้าผม  พร้อมกับควักอะไรบางอย่างออกจากกระเป๋าเสื้อ  ร่อนมันลงบนโต๊ะ

 “เราพบนี่ในกระเป๋าเสื้อนอกของเขา  เขาเก็บไว้กับตัวตลอดเวลา  น่าเสียดายที่ยังไม่ทันได้ให้คุณเซ็นต์”

สิ่งที่กระจายอยู่ตรงหน้าผมตอนนี้ คือการ์ดรูปกัปตันอเมริกาในแบบต่างๆหลายใบ ผมหยิบขึ้นมาพิจารณาดูช้าๆ   ดูจากสภาพก็รู้ว่าเป็นของเก่า แต่ได้รับการเก็บรักษาเป็นอย่างดี  ที่น่าสลดใจ คือหลายใบเปื้อนเปรอะเลือดสดๆของมนุษย์...เลือดของเจ้าตัวเอง...    ผมหวนระลึกถึงท่าทางที่ดูตื่นเต้นเหมือนเด็กๆตอนได้เจอซูเปอร์ฮีโร่ที่ตัวเองชอบตัวเป็นๆของโคลสันได้เป็นอย่างดี  ท่าทางเขาดูกระตือรือล้นอยากได้ลายเซ็นต์ของผมเอามากๆ  แต่...คงไม่มีโอกาสได้พบกันแล้ว

ผมนิ่งเงียบไปสักพัก  ปล่อยใจไปกับความคิดตัวเองอยู่ชั่วขณะหนึ่ง   แล้วจึงค่อยหันไปมองสตาร์คบ้าง    เขาเบือนหน้าหนีออกจากโต๊ะประชุม  ไม่ยอมมองหน้าใครและไม่พูดอะไรเลยสักคำ  ท่าทางของเขาดูเหมือนช็อคยิ่งกว่าผมเสียอีก ...ชั่วขณะหนึ่งที่เขาหันมามองทางผม    เอาอีกแล้ว ...ผมมองเห็นความเศร้าปนขมขื่นอยู่ในดวงตาคู่นั้นเต็มไปหมด เขาเงียบไปเนิ่นนานจนน่าอึดอัด แล้วก็ลุกเดินจ้ำพรวดหายไปใน หลืบหนึ่งของยานอย่างรวดเร็ว   ท่าทางเขาคงจะสนิทกับทางโคลสันมากพอสมควรถึงได้รู้สึกแย่ขนาดนี้   ผมลังเลนิดหน่อย  แล้วจึงตัดสินใจวิ่งตามเขาออกไป   ....ดีกว่าอยู่เฉยไม่ทำอะไรสักอย่าง

ผมเดินตามหาเขาอยู่ครู่หนึ่ง  ก่อนจะได้เห็นสตาร์คยืนหลบมุมอยู่ข้างเสา เขาดูเงียบขรึม สายตาเหม่อมองออกไปเหมือนไม่มีที่สิ้นสุด  น่าแปลกที่คนที่เคยดูพูดมาก แถไปได้เรื่อยๆ  ออกจะห่ามๆ แนวๆ ไม่ค่อยสนใจความคิดเห็นของใครจะมีมุมเศร้าแบบนี้ด้วย   

ไม่อยากเห็นเขาเป็นแบบนี้เลย....

 ********************************************

ผมลองเปิดฉากพูดคุยขึ้นมาก่อน

 “คุณมาอยู่นี่เอง..ผมเสียใจด้วย  เรื่องคุณโคลสัน” 

 แต่เขายังคงนิ่ง

“ดูท่าทางเขาเป็นคนดีนะ  คุณคงรู้จักเขามานานแล้ว”

“ใช่”  เขารับคำสั้นๆ

“ขอโทษนะ...แบบว่า เขามีครอบครัวแล้วรึยัง”

“ยังหรอก  แค่เคยคบกับคนสีเชลโล่น่ะ”

“งั้นเหรอ  น่าเสียดายที่อายุสั้น...”

“ก็เพราะเจ้านั่นมันโง่น่ะสิ...ไปสู้กับโลกิเองได้ยังไง นั่นมันเทพเจ้านะ! มวยข้ามรุ่นชัดๆ”  น้ำเสียงของเขาดูขัดเคืองใจไม่น้อย           

“อย่าไปว่าเขาเลย คนก็ตายไปแล้ว  เราไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น เขาคงพยายามทำดีที่สุดแล้ว”  ผมพยายามจะเตือนเขา แต่ดูเหมือนว่าไม่ได้ผล

“รู้ทั้งรู้ว่าสู้ไม่ได้ ยังไม่รู้จักหลบไป  ไม่รู้จักรอ....ทั้งที่เขายังไม่สมควรจะต้องตาย”  น้ำเสียงทุ้มต่ำเจือแววเศร้าจนผมรู้สึกได้    ทำเอาผมพูดไม่ออกไปเหมือนกัน

“นายอยากฟังนิทานสักเรื่องมั้ย โรเจอร์ส?”  เขาหันมาถามผม

“เอาเลย ถ้าคุณอยากเล่า” ผมพยักเพยิด

“ครั้งหนึ่ง ไม่นานเท่าไหร่  มีเศรษฐีหนุ่มไฟแรงคนหนึ่ง เขาเป็นทั้งนักประดิษฐ์  และเจ้าของบริษัทขายอาวุธ   อยู่ดีไม่ว่าดีเกิดจะไปพรีเซนต์อาวุธที่อัฟกานิสถาน  แต่โชคร้าย โดนลักพาตัวไประหว่างทาง แถมยังซวยซ้ำซ้อน โดนสะเก็ดระเบิดที่บริษัทตัวเองผลิตระเบิดใส่  พวกที่จับตัวเขาไปผ่าเอาสะเก็ดระเบิดออกให้ได้บางส่วน   แต่ก็ยังเหลือลูกปรายอีกเยอะในตัวเขา และมันกำลังคืบคลานเข้าสู่หัวใจ  เลยจำเป็นต้องใช้อุปกรณ์พิเศษเสียบพลังงานกับแบตฯรถฝังไว้กลางอกเพื่อกันไม่ให้ลูกปรายพุ่งเข้าสู่หัวใจ ยื้อความตายออกไปได้อีกหน่อย  ...”

ผมนิ่งฟังอย่างตั้งใจ....ดูเหมือนเขาอยากจะบอกอะไรบางอย่าง

“...สองเดือนกว่าที่เขาถูกจับอยู่ที่นั่น  เขาโดนพวกมันบังคับให้สร้างอาวุธร้ายแรงให้  เขาคงจะไม่รอดตั้งแต่ฟื้นขึ้นมาแล้ว ถ้าไม่ได้พบดร.สติเฟื่องคนหนึ่งที่สื่อสารกับพวกนั้นรู้เรื่องคอยช่วยเหลือทุกอย่าง เศรษฐีโคตรซวยคนนั้นรู้อยู่แล้วว่า ไม่ว่าจะสร้าง หรือไม่สร้างอาวุธให้ยังไงก็ต้องตายอยู่ดี  จึงร่วมมือกับดร. เพื่อนใหม่ของเขา คิดประดิษฐ์ชุดเกราะจากวัสดุเท่าที่หาได้ทั้งหมดรอบตัวเพื่อหาทางหนีออกไปด้วยกัน   แต่พระเจ้าคงเล่นตลก  เพราะการแอบประดิษฐ์ชุดเกราะนั้นโดนจับได้ทั้งที่ชุดยังไม่เรียบร้อยดี  ในช่วงเวลาหน้าสิ่วหน้าขวาน     ดร. คนนั้นตัดสินใจออกไปขวางทางพวกศัตรูให้ทั้งที่ตัวเองจับปืนยังไม่คล่องด้วยซ้ำ   เพื่อถ่วงเวลาให้เขาได้มีโอกาสหนี  ....”

“แล้ว....ดร.คนนั้นเป็นยังไงบ้าง?”

“จะเหลือรึ...คนๆเดียวกับพวกมันตั้งเท่าไหร่  เขาถูกยิงตาย...”  น้ำเสียงของเขาแผ่วลงตอนท้าย

“ไม่น่าเลยนะครับ”

“แต่เจ้าดร.นั่น กลับดูยินดีที่จะได้ตาย...คำพูดสุดท้ายของเขาบอกว่า  นั่นเป็นหนทางที่เขาเลือกเองเพื่อจะได้ไปหาลูกเมียที่อยู่บนสวรรค์   ช่างโง่เขลา บ้าบิ่นสิ้นดี   จนชั้นต้องจดจำคนแบบนี้ไปจนวันตาย....”

นี่คงไม่ใช่นิทานแล้วล่ะ...

ผมพอจะเข้าใจแล้วว่าเขาหมายถึงอะไร  ความตายของโคลสันเหมือนภาพทับซ้อนความเจ็บปวดในอดีตที่เขาเคยเผชิญมา  มิน่าเล่าเขาถึงได้ดูสะเทือนใจยิ่งกว่าใคร

“จบแค่นี้แหละ   มันก็แค่..นิทานหลอกเด็กน่าเบื่อสักเรื่อง” เขาเสมองไปทางอื่น “ฟังผ่านหูไปก็พอ  ไม่ต้องจำให้รกสมองหรอก”

“ไม่เลย   มันไม่ได้น่าเบื่อสักนิด    ขอบคุณที่เล่าให้ฟัง  นิทานของคุณจบเศร้านะ แต่ผมอยากต่อให้อีกนิดดีมั้ย  ว่าถึงยังไงชายเศรษฐีคนนั้นก็ยังมีชีวิตยืนยาวต่อมา โดยได้ใช้ชีวิตที่ดร.ช่วยเอาไว้ให้เป็นประโยชน์ต่อโลกมากที่สุด  ... เหมือนอย่างที่ทำอยู่ตอนนี้”  ผมตั้งใจเน้นประโยคนี้ด้วยการมองหน้าเขาตรงๆ  คนฉลาดแบบเขาคงรู้ว่าผมจะหมายความว่าอย่างไร

"ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น  จำไว้ว่าคุณยังมีพวกเรา..ยังมีผม ที่พร้อมจะต่อสู้ไปด้วยกัน"

ฟังแล้วเขาจะคิดยังไงบ้างผมไม่แน่ใจ...

แต่ก็หวังอยู่ลึกๆว่าคำพูดพวกนี้จะทำให้คนฟังรู้สึกดีขึ้นได้แม้เพียงเล็กน้อยก็ยังดี...

ผมมองเห็นดวงตาที่เคยเศร้าหมองของคนตรงหน้ากลับมีแววสดใสขึ้นมาบ้าง

"หึๆ "  เขาหัวเราะเบาๆในลำคอ     "คำพูดคำจาเชยๆ ของนายฟังแล้วมันเลี่ยนหูชะมัด....แต่บังเอิญว่าชั้นชอบว่ะ" 

 ยิ้มแล้ว..  

รอยยิ้ม และวิธีพูดกวนๆแบบที่เคยเห็นกลับมาอีกครั้ง

เขาไม่ได้หยุดแค่นั้นหรอก...ยังคงต่อด้วยประโยคจิกกัดแสบๆคันๆนิดหน่อยตามประสา  แต่ก็ช่างมันเถอะ ถือซะว่าไม่ได้ยิน

เพราะแค่ได้เห็นรอยยิ้มของเขาอีกครั้ง.... แค่นี้ผมก็พอใจแล้ว..

Fin.

*********************************************

 

แฮ่ จบแล้วค่ะ

ที่มาของฟิคเรื่องนี้   สารภาพเลยว่าชอบ และฟินคู่นี้มากตั้งแต่ดูในโรงแล้ว ในขณะที่คู่พี่น้องธอร์กิ พึ่งจะมาพีคเอาตอนที่กลับบ้านมาแล้วมานั่งดูธอร์ไปด้วยนั่นแหละ เลยกรี๊ดไปอีกคู่ (คุณคริส คุณทอมตัวจริงคู่นี้แกก็น่ารัก เลิฟๆกันดี ดูแล้วชื่นจาย ฮาๆ)  คนที่เราปลื้มที่สุดในหนังเรื่องนี้คือโรเบิร์ต ดาวนีย์ จูเนียร์ค่ะ  ปลื้มมากตั้งแต่เชอร์ล็อก โฮล์มแล้ว  เวลาแกอยู่กะคุณวัตสันแล้วโลกมันดูสวยงามชะมัด (อะฮ้างงง) ก็ที่จะมาดูก็มาดูไอร่อนแมนนี่ล่ะค่ะ  แล้วก็ฟินมาก เพราะในเรื่องแกเด๊น..เด่น คนอะไรสารพัดประโยชน์จัง

ตั้งใจเขียนไทม์ไลน์ตามในหนังเลย พอดีเปิดแบบพากย์ไทยนั่งดูไปด้วย  ซีนที่ติดใจตั้งแต่ในโรง คือทำไมคุณโทนี่ต้องทำหน้าเศร้า หมาหงอย ขนาดนั้นตอนที่รู้ว่าโคลสันเด๊ดสะมอเร่   อีตาโคลสันไปโผล่ตั้งหลายเรื่อง จำเพาะต้องมาเป็นคุณโทนี่ที่แสดงออกเยอะกว่าใคร Why?  ประกอบกะได้ดูไอร่อนแมน 1 และ 2 ต่อ ก็เลยว่ามันน่าจะเอามาผสมกันได้ (เรอะ???) แถมคุณตี๊ฟแกก็ออกจะดูห่วงใยลุง(??) ปานนั้น (หรือจริงๆเป็นเพราะเหลือกันแค่สองคนแล้วก็ได้มั้ง คนอื่นตกยานไปหมด 555)   เลยออกมาอย่างที่เห็นล่ะค่ะ  ไม่รู้ว่าจะมีแฟนเกิร์ลของคู่นี้บ้างมั้ยน้าาา   แต่ส่วนตัว สำหรับคู่นี้ดูจากในหนังแล้วบอกตามตรงว่าอารมณ์แบบกล้ามดันกล้ามอ่ะค่ะ OTL...จะให้มันวี้ดวิ้วมากกว่านี้เขียนไม่ได้จริงๆ  เลยออกมาเป็นแนวแบบที่เห็น

ไม่ได้เขียนฟิคนานมากกกก จากภารกิจหลายๆอย่างในชีวิต  เรื่องนี้เป็นเรื่องแรกที่เข็นออกมาได้จนเสร็จในรอบหลายๆปีทีเดียว  ก็ต้องขอบคุณหนุ่มๆที่เพิ่มพลังชีวิต และพลังจิ้นให้อิชั้นมากมายขนาดนี้ เลิฟๆทุกคนเลย

เอาไว้เรื่องหน้า เอาธอร์กิมั่งดีมั้ยคะ ^__^

2012/May/11

หายหน้าหายตาไปจากบล๊อกนานมาก แต่อัพเฟสบุคทุกวัน ฮาๆ
 
//รู้สึกผิด
 
ปัดๆฝุ่นบล๊อกหน่อย แค่กๆ
 
กลับมาจากตุรกีก็เกือบๆจะเดือนนึงแล้วล่ะค่ะ  เป็นการเดินทางที่ดีมากอีกทริปหนึ่ง
 
หนึ่งทริป สองประเทศ สามทวีป  จริงๆนะ... 
 
ได้ไปตุรกี กับอียิปต์นิดหน่อยมาด้วย ตื่นเต้นที่ได้เห็นพีระมิดองค์จริง แม้ว่ามันจะมืดไปหน่อยก็ตาม
 
ประทับใจ แต่อียิปต์กลางเมืองตอนนี้เละเทะมากอย่างน่าเศร้า คงไม่ได้ไปเหยี่ยบอีกจนกว่าบ้านเมืองเขาจะสงบ เพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวแบบเราๆอ่ะนะ
 
*******************************************
 
เสาร์ที่ผ่านมา ไปดูอเวนเจอร์สมาค่ะ แล้วก็สครีมๆๆ ลงแดงๆ
 
กลับบ้านก็เสิชเน็ต หาหนังชนโรงมาดูต่อ ฟินไปตามๆกัน
 
บ้ามาก ขนาดที่ต่อด้วยดูไอร่อนแมนภาค 1 และ 2  ต่อด้วยกัปตันอเมริกา  และเร็วๆนี้ก็ธอร์ ต่อกันเลย  แถมเชอร์ล็อกส์โฮลฺ์มอีกสองภาค (เอ๊ะ ไม่เกี่ยว ไม่ใช่มาร์เวล55)
 
กรี๊ดทุกเรื่องว่างั้น ผู้ชายเต๊มมมไปหมด 555 หล่อ น่ารักทุกคน
 
รู้สึกอาทิตย์นี้ฟินสุดๆ
 
อเวนเจอร์สดูแล้วก็พีคมาก จนต้องเขียนฟิคให้ แต่เขียนยากเหมือนกันแฮะ ไม่ได้มีข้อมูลมากพอขนาดนั้น
 
เอาไว้เสร็จจะมาแปะเล่น ฮ่าๆ
 
**********************************************
 
อัพเดทอีกหน่อยค่ะ เสาร์นี้ร้าน We Cosplay ของเราจะไปออกบูธงานโออิชินะคะ ก็เตรียมของไปพร้อมเหมือนเดิมค่ะ
 
งานนี้ปล่อยโปรโมชั่นชุดเสื้อผ้าพั้งค์ทุกตัวแค่ 555 บาท ฉลองเดือน 5 ปี 2555 ด้วยนะคะ
 
ฮี่ๆ ชอบมะ ชอบม้าาา
 
งานนี้ตั้งใจว่าจะไปคอสด้วยขายของด้วยค่ะ แบบว่า แม่ค้าอัดอั้นมานาน รอบนี้ขอจัดเต็มหน่อยเห้อ..
 
ส่วนจะคอสอะไรเดี๋ยวไปงานก็เห็นค่ะ แฮะๆ
 
ไว้เจอกันในงานนะคะ
 

2012/Apr/09

สงกรานต์นี้ไม่อยู่ 9 วันนะคะ ไปเที่ยวตุรกีกับครอบครัว 9-18 นี้ค่ะ
 
ประเทศนี้เป็นประเทศม้ามืดมากๆ เรียกว่าไม่เคยอยู่ในสารบบความคิดมาก่อนเลยว่าจะไปตุรกี 
 
ทีแรกอยากไปญี่ปุ่น แต่จองทัวร์ช้าไปหน่อย เต็มเกือบหมดทุกทัวร์ และส่วนมากเป็นที่ๆไปมาเกือบหมดแล้ว แถมราคาทัวร์แค่ 5-6 วันก็หลักหลายๆหมื่นทีเดียว  (ทำเล่นไป คนจองเต็มหมดนะนั่น)
 
อยู่ๆน้องชายก็พูดว่า ตุรกีมั้ย?
 
นั่นแหละ จึงเป็นที่มาของทริปนี้ค่ะ
 
พอดีส่วนตัวเป็นคนชอบอ่านประวัติศาสตร์อยู่แล้ว พอรู้เรื่องราวเกี่ยวกับทางตุรกีมาบ้างพอสมควร ก็ว่า เออไม่เลว หลายๆที่รู้จักจากการอ่านหนังสือ วันนี้จะได้ไปดูสถานที่จริงแล้ว
 
ก็รู้สึกตื่นเต้นนิดหน่อยเหมือนกัน
 
ไว้กลับมาจะพยายามมีรีพอร์ททริปดีๆสักงานนะคะ ถ้าไม่เจอมรสุมงานเข้าซะก่อน ^^"  จริงๆบางทริปเขียนครึ่งทางก็ไม่ได้เขียนต่อแล้ว เพราะเจองานเข้าหนักๆ แล้วพอเลยไปนานๆไฟในการเขียนก็มอดไป น่าเสียดายอยู่  รอบนี้จะพยายามบันทึกการเดินทางไว้ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ค่ะ
 
แล้วเจอกันค่ะ^^

2012/Apr/03

กว่าจะว่างมารีพอร์ทก็ผ่านไปอาทิตย์กว่าๆพอดีOTL.....
 
พึ่งเก็บเด็กๆที่พาไปโชว์ตัวเข้ากล่องเมื่อคืนเองค่ะ  ลำพังแค่เก็บเด็ก เก็บชุดเข้าที่ ใช้เวลาเป็นชั่วโมงเลย..OTL
 
ตอนถอดชุดสีดำของสาว DD ออก พบว่าเจอสีตกตามช่วงหลัง และแขนนิดหน่อย รู้สึกผิดแฮะที่ไม่รีบจัดการถอดชุดให้เรียบร้อยตั้งแต่กลับมา ปล่อยดองนานไปหน่อย จากที่สีไม่ตกก็เลยตกซะเลย  ดีนะถ้าเป็นดอลฟี่ดรีม สีตกจางๆ ไม่เยอt  ทายาแต้มสิวก็กัดสีออกได้ ถ้าเป็นเด็กเรซิ่นคงมีกรี๊ด..
 
อ่ะ มารีพอร์ทกันหน่อย เลทไปนิด คนอื่นเค้าลงกันหมดแล้ว แต่เราก็ยังอยากรีพอร์ทไว้นะ^^
 
*************************
 
ดอลแฟตปีนี้ จัดวันที่ 24 มีนาคม 2555   จัดที่เดิม ห้องเดิม  ห้องกำแพงเพชรที่เจเจมอลล์ค่ะ (แต่ไม่หนาวเหมือนปีที่แล้วนะ ปีที่แล้วเหมือนช่องแช่แข็งเลย เราถึงขนาดต้องเอาผ้าปูโต๊ะมาห่มเลยอ่ะคิดดู 55)   ปีนี้จองไว้ 1 บูธใหญ่เลย ตั้งใจลงของให้เต็มที่  ปีนี้เป็นปีที่เรา่ค่อนข้างเตรียมตัว และเตรียมพร้อมออกบูธไว้ค่อนข้างดี มีการมองหาอุปกรณ์เสริมสำหรับโชว์ของให้ดูง่ายและเป็นระเบียบขึ้น  อย่างสแตนด์ที่เป็นสเต็ปขั้นบันได ก็ทำให้เรียงของได้เยอะขึ้น ได้พื้นที่มากขึ้น  เตรียมตัวหาของมาลงขาย  หาซื้อถุงใส่ของให้ลูกค้าเพิ่ม    จัดอุปกรณ์ ทำฉากดิสเพลย์ และชุดของเด็กๆทั้งหมดสิริรวมก็ 1 เดือนเต็มเลยค่ะ  และผลที่ได้ในปีนี้ก็ถือว่าคุ้มค่ากับที่ตั้งใจจริงๆ^^
 
ก่อนงาน เราถ่ายรูปโปรโมทสินค้าลงเฟสบุคเป็นระยะด้วย  ตอนจัดของที่จะลงขายก็มันส์ดี  มีอะไรอยากขายอยากปล่อยเยอะแยะไปหมด ก็พยายามเอาลงบูธเท่าที่จะลงไหวล่ะค่ะ เอาของไปเกินด้วยซ้ำ 55   จะเห็นได้ว่าของปีนี้เยอะอยู่ อ้อ แล้วก็ไม่ลืมเรื่องเสบียงด้วยนะคะ
 
เตรียมงานได้ไม่นาน เวลาเดือนนึงก็หมดไป แล้วก็ถึงวันงาน...
 
จริงๆตื่นเช้านะ แต่มัวแต่จัดโน่นๆนี่ๆ กว่าจะใส่ของเข้ารถหมด  ซิ่งรถขึ้นทางด่วนปุเลงๆมาเอง ก็ถึงงานประมาณ 9 โมงครึ่งได้ แต่นั่นยังไม่ได้รวมระยะเวลาที่เราต้องวิ่งเข้าออกระหว่างบูธ กับรถ อีก 3 รอบ เพื่อขนของให้หมด (ขนาดเอารถเข็นเล็กมาแล้วนะเนี่ย เหอๆ)
 
ถึงแล้ววววว
 
 
ถ่ายหน้าห้องไว้หน่อย
 
 
 
 
กว่าจะขนของมากองครบ ทำการจัด ก็เกือบ 10 โมงแล้ว เราเร่งมือเลย เพราะรู้ว่าของมันเยอะ ไหนจะต้องวางเด็กๆอีก   แต่ก็ยังมีแก่ใจยกไอโฟนมาถ่ายรูปบรรยากาศช่วงจัดบูธตอนเช้าด้วยสักภาพสองภาพ
 
 
 
อันนี้บูธน้องๆด้านหลังเราเองค่ะ  คนขายยังมากันไม่ครบ
 
 
กว่าจะจัดบูธเสร็จก็อีกสิบนาทีเปิดงานน่ะค่ะ ใช้เวลาเยอะกว่าที่คิดพอสมควร  เหลือเวลาเดินๆวิ่งๆออกไปถ่ายรูปบูธคนนั้นคนนี้ได้แค่นิดเดียวเอง  รู้สึกจะเป็นรอบเดียวที่มีโอกาสออกไปถ่ายรปแบบจริงจังด้วย เพราะหลังเปิดงาน ช่วงบ่ายโมงไปแล้วติดลูกค้าเรื่อยๆเลยค่ะ
 
 
ดิสเพลย์เมนหลักปีนี้ของเราคือ ฉากนี้ค่ะ ธีม Royal Family
 
 
(ลองทำสีเซเปีย ภาพดูเก่าๆหน่อยก็ดูย้อนยุคดี)
 
 
เนื่องจากหนุ่มสาวที่บ้านเริ่มมีหลายคน เลยต้องเริ่มคิดว่ารอบนี้จะพาใครมา? และมากี่คนดี เท่าที่แบกไหว แต่ละงานได้ไม่เกิน 5 คน ไม่งั้นลงกระเป๋าลากไม่หมดล่ะค่ะ 
 
ทีแรกนึกว่าจะพาสาวคู่ คือยูริ กับไนติงเกล มา แต่ไม่รู้เพราะอะไร หลังลองชุดขาวกับวิกใหม่ของโครบิแล้วนางิสะเข้าวินมาเบอร์ 1 เลย  ผิดคาดมากๆ  ปีนี้เลยได้พานางิสะกับคุณโน่เปิดตัวออกงานเป็นครั้งแรก
(สารภาพว่านางิสะต้องให้นั่ง เพราะแสตนด์ที่มีสูงเกิ๊นนน  SD10 อย่างนานะคร่อมไม่ได้เลยขาลอยตลอด ก็เลยต้องให้นั่งเก้าอี้แทน)
 
 
และปีนี้ก็เปิดตัวสาว DD แพคคู่ ยุยจังกับโนโซมิด้วยค่ะ ฉากนี้ก็เล่นกันง่ายๆ ทำฉากสองคืนก่อนงาน เอาผ้าคลุม ประดับดอกไม้ห้อยๆ เสร็จแล้ว..
 
(หมายเหตุ : ฉากของสาว DD ทำด้วยโครงกระดาษลังจาก Ikea ค่ะ  ลังที่ใส่ตู้กระจกโชว์ดอลล์ในห้องนั่นแหละ เห็นกระดาษแข็งชิ้นโตๆแบบนี้คิดไว้แล้วว่ามันต้องได้เอาไปทำฉากทำอะไรแน่ ไม่ควรทิ้งให้เสียของ แล้วก็ได้ใช้งานจริงๆเลยค่ะ ขนาดกำลังดี เหมาะมากๆ    อุปกรณ์ตกแต่งฉากทุกชิ้นหาจากกรุในห้องตัวเองทั้งหมดเลยค่ะ ไม่ได้ซื้อเลยแม้แต่ชิ้นเดียว...เป็นการทำฉากที่ประหยัดงบสุดๆ แฮะๆ)
 
 
ช่วงเที่ยงเปิดงาน คนยังน้อยอยู่ เป็นจังหวะดีที่เรามีโอกาสเดินไปเมียงมองบูธบ้านใกล้เรือนเคียง พร้อมแชะภาพที่ระลึกกลับมา
 
บูธข้างๆ Moonlight  House ของยู จัดเต็มมากกับแซจิทาเรียส ทำออกมาได้เจ๋งจริง นับถือความพยายามสุดๆ
 
ซึรุจังและเด็กๆโชว์ตัวหน้าร้าน
 
 
หนุ่มสาวบูธ Orange Acidic   ประทับใจสาวอกสะบึมมาก
 
 
 
แม่ฮิคนงาม
 
 
ช่วงเปิดงาน คนยังค่อนข้างน้อยค่ะ จะมาเยอะหน่อยก็ช่วงบ่าย 1 เป็นต้นไป แรกๆก็ยืนหน้าบูธแบบเงียบเหงา กลัวจะไม่ได้ขาย 55
 
 
มุมด้านหน้าเวทีบ้าง
 
ถ่ายจากหน้าเวที
 
 
กำลังซื้อขายกัน
 
ตัวนี้น่ารักมากๆ  ตัวเล็กเท่าเฟอร์นิเจอร์เลย น่าฟัด
 
 
หนุ่มสาวบ้านน้องปอ สวยหล่อทุกคน
 
 
คิระจัง หน้าบูธ Sweet Alice
 
สองสาวธีมคอสเพลย์ SH 
เน..พี่ชอบชุดอาริสะล่ะ (55)
 
 
 
 
บูธบ้านใกล้เรือนเคียงของอารี่  ดูเป็นสวนสวย กับปาร์ตี้น้ำชายามบ่ายสบายๆดีจัง
 
ลูกใครหว่า เหมียวๆ น่าร๊ากกก >//<
 
 
 
 
 
เด็กๆบ้านปอยจัง  รู้สึกพลาดที่ถ่ายมาแค่รูปเดียว แง้ว
 
 
 
คิระ นานะ งดงามมม โซฟาก็งามมม
 
เมงุ ตัวจริงสวยมาก ชุดก็เริ่ดสุดๆ
 
 
 
บูธหลังๆแถวนี้ตั้งใจจะวิ่งมาดู แต่ต้องเฝ้าบูธตลอด ก็เลยอดวิ่งมาช้อป มาถ่ายรูปเลย T W T
 
 
 
ไปดูบูธต่างประเทศหน่อย
SWITCH จัดเต็มจริงๆงานนี้ ดิสเพลย์ได้สวยงามมาก
 
 
 
หัวออกชั่นสำหรับงานนี้ค่ะ 
 
 
 
มาดูโครบิกันบ้าง งานนี้โครบิขนเด็กๆรสนมมาเต็มพิกัด   ได้รับความสนใจมากทีเดียว ไปดูอีกทีตอนเย็น เด็กเล็ก+หนุ่มๆก็เกลี้ยงบูธเลยค่ะ
 
 
 
 
 
น้องกล้วย คนนี้ชอบนะเนี่ย แต่พอดีไม่ได้เล่นไซส์เล็ก
 
นมจืดบ้องแบ๊ว
 
 
น้องนมสตรอเบอรี่
 
 
หนุ่มช็อคโก้
 
 
และคุณกาแฟ หน้าตาน่าเอ็นดู
 
 
หนุ่มสาวตัวใหญ่ก็ฮอทไม่แพ้กัน
 
 
แม้แสงจะไม่ค่อยอำนวยนัก ก็พยายามถ่ายหน้าหนุ่ม Zion มาชัดๆ  ผมทรงนี้น่ารักจริงๆ  เป็นอีกคนที่น่ารับเข้าบ้านช่วงมีอีเวนท์มากๆค่ะ
 
 
ลำเอียงอ่ะ แถมให้อีกรูป โทษฐานน่ารักเกินห้ามใจ
 
 
 
สาดรูปหนุ่มๆ
(Ho-bin  B Line คนนี้อยู่บ้านอารี่แล้ว อิๆ ยินดีด้วยยย)
 
 
 
(Y's โมลเดียวกะคุณโน่เลย) แต่งแบบนี้ก็เท่อ่ะ
 
 
 
ช่วงเช้าอยู่เต็มบูธ ช่วงจะเลิกงานนี่คนอุ้มกลับบ้านหมดบูธเลย น่ายินดีแทนโครบิค่ะ^^
 
  หลังจากได้ถ่ายรูป 1 รอบ (แม้แต่จะต่อคิววิกสวิทช์ยังไม่ได้ต่อ คิวแอบยาว) ก็เผ่นกลับบูธไปขายของซะหน่อย แรกๆก็ยังเงียบๆค่ะ  จนกระทั่งสักบ่าย 1 เป็นต้นไป...ก็เริ่มทยอยขายได้เรื่อยๆ และมาเรื่อยๆ  จริงๆแล้วชอบขายแบบนี้มาก คือ ขายคนที่  1 เสร็จ  คนที่สองทยอยมา สาม สี่ ห้า...ค่อยๆไปเรื่อยๆ มีเวลานั่งคิด จด จัดของเป็นระยะ  ก็ต้องขอขอบคุณพี่ๆน้องๆ คนรู้จัก ชาวบอร์ด DDT หลายๆท่าน ที่ช่วยอุดหนุนบูธ Little Princess ในงานรอบนี้นะคะ   รอบนี้เป็นอีกรอบที่ขายของสนุก มันส์มือมาก^^
 
ยังดีที่ช่วงเที่ยงกว่าๆ  เราได้รีบวิ่งไปหย่อนบัตรล็อตโต้ที่กล่องด้านหน้าเวที 1 ใบ เกือบลืมซะแล้ว  และนั่นก็เป็นที่มาของเซอร์ไพรซ์ช่วงท้ายงานค่ะ^^
 
 
มาดูหน้าเวทีบ้างดีกว่า
ป้ายหน้าเวที
 
 
ชุดประมูล จากแบรนด์อลิซ  และของรางวัลล็อตโต้ค่ะ
 
ซูมชุดสาว
 
 
และไฮไลท์ของปีนี้ อยู่ที่ชายหนุ่มคนนี้ค่ะ   ชุดที่เห็นนี้ทำเอาเราหลงพร่ำเพ้อไปหลายวัน
 
อิมเมจเหมือนท่านเชซาเร่ย์ บอร์เจีย ในคันตาเรลล่าของอาจารย์ฮิงุริ ยู สุดที่เลิฟของเรามั่กมาก
 
โครบิตั้งใจจริงๆค่ะ รายได้ส่วนนึงจากการประมูลจะบริจาคให้กับผู้ประสบภัยน้ำท่วมด้วย ใจบุญจริงๆ
 
ก่อนจะเริ่มการประมูล  มีอยู่ช่วงนึง กำลังลองรองเท้าให้ลูกค้า  ข้างนอกฟ้าร้องครืนๆ ฝนตกหนัก ไฟในฮอลล์ตก วูบบบ นึง มืดไปทั้งฮอลล์เลยค่ะ ได้ยินคนกรี๊ดกันระงม เราก็ร้อง เฮ้ยย... พอไฟติดขึ้นมาได้พักนึง ได้กลิ่นเหม็นไหม้พร้อมเสียงฮือฮา คนชี้มือไปทางโคมไฟที่ติดข้างกำแพงว่ามันมีกลิ่นไหม้และมีควันออกมานิดหน่อย ด้วย เอาแล้วไง...
 
นาทีนั้นคิดอยู่ว่าถ้ามีอะไรฉุกเฉิน จะหยิบอะไรติดมือไปดี 5555  ดอลล์ห้าตัวเนี่ยนะ ...
 
แต่ก็ไม่มีอะไรค่ะ ทุกอย่างผ่านไปได้เรียบร้อยดี  ค้าขายต่อได้
 
 
 
ช่วงบ่าย 4 โมงมีการประมูลชุด และ ท่านชายคนนี้จากโครบิค่ะ
 
ชุดหรูแบรนด์อลิซ เคาะราคาปิดที่ 5000 บาทถ้วน
 
ส่วนท่านชายนั้น ปีนี้เป็นปีแรก ที่เราได้ไปนั่งหน้าเวที ยกมือสู้ค่าตัวท่านชายค่ะ  รู้สึกตื่นเต้น อะดรีนาลีนหลั่งดีนักแหละ  ค่าตัวท่านพุ่งแร๊งแรงค่ะ  เล่นเอาเราเหงื่อแตกซิก... ทั้งงานสู้บิดกันอยู่สองคนกับคุณพี่อีกท่านหนึ่ง และสุดท้ายเราก็จำยอมปล่อยท่านชายไปค่ะ ราคาค่าตัวจบลงที่ยอด หกหมื่นบาทถ้วนๆเท่านั้นเองงง (แง้ว) ยังไงก็ต้องขอแสดงความยินดีกับคุณพี่ที่ได้หนุ่มคนนี้ไปด้วยนะคะ  ^^
 
ตอนนี้โครบิออกบีไลน์ใหม่มาให้เราแก้คิดถึงท่านแล้วล่ะค่ะ ฮ่าๆ
 
นี่เป็นภาพสุดท้าย ก่อนที่เขาจะอุ้มท่านลงกล่องไปค่ะ
 
 
 
ไม่ได้หนุ่มก็ไม่เป็นไรค่ะ เราก็เดินกลับมาขายของ ถ่ายรูปต่อ
 
มุมข้างหน่อยค่ะ
 
 
น้องบูธข้างๆที่ฝากดูบูธ มาบอกว่า ตอนเราไปลุ้นประมูล มีคนเดินมาถามด้วยว่า คุณโน่ทั้งตัวราคาเท่าไหร่? รีบปฏิเสธแทบไม่ทันว่าคนนี้ไม่ขายเด้อออ
 
คุณโน่เป็นวันออฟโมเดลส่วนตัวของเราเลยนะ 55 ผู้ชายคนเดียวของบ้านต้องรักษาดีๆหน่อย
 
 
ซูม คุณมะหมีฝากสาวน่ารักไว้บูธเราคนนึงด้วยล่ะ >//<
 
 
 
รายการของขายช่วงเย็นเกือบๆเลิกงาน ของเหลืออยู่ประมาณเท่านี้ค่ะ  รองเท้าเกือบหมดบูธเลยทีเดียว ขอบคุณทุกท่านมากๆที่อุดหนุนนะคะ  //โค้งๆ
 
 
หลังจากจบประมูล ก็ต่อด้วยจับรางวัลล็อตโต้ค่ะ มีทั้งของทางสวิทช์ และล็อตโต้ของในงาน
 
เราก็ยังคงขายของ คุยกะคนนั้นคนนี้ไปเรื่อยๆ  ไม่ได้ตั้งใจฟังเรื่องล็อตโต้ใดๆทั้งสิ้นเพราะรู้ว่าไม่ใช่คนมีดวงด้านการ เสี่ยงโชค ปีที่แล้วส่งไปสามใบมั้ง ไม่ได้อะไรเลย  ปีนี้ก็เลยเฉยๆ ซื้อล็อตโต้ไว้เล่นๆใบเดียว ส่งไปงั้นแหละ...
 
ช่วงที่ถ่ายรูปกับปอจัง และวานะ... หลังภาพนี้ ก็ได้ยินเสียงประกาศชื่อเราบนเวทีค่ะ
 
 
ตอนนั้นได้ยินชื่อตัวเอง ก็เผ่นพรวดเีดียวไปหน้าเวทีเลย ไม่ได้รู้หรอกว่าเขาประกาศว่าเราได้อะไร รู้แค่ว่า สงสัยได้รางวัลมั้ง (ฮา)
 
ตอนแอบอยู่หลังเวที ยังถามพิธีกรว่า ตกลงนี่ได้รางวัลอะไรเหรอ??
 
คำตอบคือ หัว SWITCH  Hahwa นั่นเอง... โอ้ววววว
// มีผู้ชายเข้าบ้านอีกแล้วสินะ..
 
มีแต่คนบอกว่า คนนี้เขาให้มาเป็นรางวัลปลอบใจที่เมื่อกี๊ประมูลแพ้ไป (555)  ก็ยังว่าสงสัยฟ้าคงสงสาร เลยส่งผู้ชายตาหรี่เหมือนกันอีกคนมาให้แทน แต่ให้แค่หัวนะ  บอดี้ไปหาเอาเอง เอิ๊กกก (ก็ยังดีค่ะ ให้อะไรก็เอาค่ะไม่เคยเลือก5555)
 
 
ช่วงใกล้เลิกงาน เราก็วิ่งไปช้อปที่TTYA ใกล้ๆกัน ได้เสื้อกันหนาวตัวยาวสีฟ้ามาไว้ให้สาวๆที่บ้านอีก 1 ตัว  ก่อนจะสอยเก้าอี้เหล็กดัดของอารี่อีก 1 ตัว   ตกลงทั้งงานได้แค่นี้ TwT
 
 
ทีแรกว่าช่วงใกล้เลิก จะแวบไปถ่ายรูป แต่ก็ยังคงติดลูกค้าเรื่อยๆ หันไปอีกที อ่าวววว เก็บหมดแย้วว   คงต้องไว้ปีหน้าฟ้าใหม่ จะตั้งใจเก็บภาพบรรยากาศให้ดีกว่านี้ล่ะค่ะ
 
งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา เก็บของกลับบ้านกันเถอะ
 
 
ทุกบูธเร่งมือเก็บของ เพราะเห็นว่าต้องใช้ห้องต่อ
 
ช่วงเก็บของก็ต้องขอขอบคุณน้องอารี่และเพื่อนๆมากนะคะ ที่เป็นธุระช่วยลากสัมภาระไปถึงที่รถ  ขืนลากไปคนเดียวคงต้องวิ่งลากอีกสามรอบเหมือนขามาแน่เลย (55)   น้องๆบอกว่า พี่ หนูนึกว่าพี่เอารถกระบะมา ไม่ิคิดว่ารถเก๋งจะแบกหมดนี่มาได้ ฮาาา    มันเยอะขนาดนั้นเลยเหรอจ๊ะ
 
 
เก็บของไว้ที่รถหมดแล้วก็ลงไปร้านแบม ไปนั่งเมาท์มอยต่อได้พักนึง ก็ไปกินเจฟเฟอร์กันค่ะ
 
ชิคเก้นกอดองเบลอ  น่ากินเนอะ อร่อยด้วย^^
 
 
ภาพรวมของที่ได้จากงานวันนี้ค่ะ
- เก้าอี้เหล็กดัดไซส์ BJD พร้อมหมอนอิง  สนใจติดต่ออารี่ได้ค่ะ แฮะๆ ช่วยโฆษณา
-  เสื้อหนาวตัวยาว TTYA
-  หัว SWITCH Hahwa ที่ได้ล็อตโต้มา + Luts Winter Head 2011
 
//ต้องหาบอดี้ผู้ชายอีก 2 บอดี้เลยสิน้าาา
 
 
และฝากไว้ที่รูปสุดท้ายรูปนี้ค่ะ
 
 
เจอกันปีหน้า ดอลล์แฟต 2013 นะคะ^^  (ประกาศวันแล้วอ่ะแต่เราจำไม่ได้ แป่ว)
 
Special Thanks!
 
ขอบคุณคณะผู้จัดงานและสตาฟทุกคนที่เหน็ดเหนื่อยกับงานครั้งนี้นะคะ ปีหน้ายังไงก็จะร่วมออกบูธอีกแน่นอนค่ะ^^
ขอบคุณป๊ะป๋ากับมะม้า สำหรับทุกความช่วยเหลือ และคำอวยพรที่ศักดิ์สิทธิ์มั่กๆ >//<
ขอบคุณอารี่และเพื่อนๆที่รบกวนฝากเฝ้าบูธ และช่วยพี่ขนของนะจ๊ะ
ขอบคุณอารี่อีกที ที่เย็บยูกาตะน่ารักๆให้อลิเซียจ้ะ เดี๋ยวถ่ายรูปให้ชม^^
ขอบ คุณเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆทุกคนที่มาทักทายกันที่บูธนะคะ   และขออภัยที่ไม่ค่อยได้ออกจากบูธไปเยี่ยมบูธอื่นเท่าไหร่เลย  มาขายคนเดียวนี่หมดโอกาสช้อปจริงๆ -*- ปีหน้าต้องหาคนมาช่วยขายซะแย้ว
ขอบคุณคุณมะหมี สำหรับแซนวิชประทังชีพค่ะ ^^
ขอบคุณวี และน้องส้ม สำหรับภาพงามๆ^^
 
แล้วพบกันปีหน้าใน DollFete 2013 นะคะ^^
 
 


nuinthelewen
View full profile