2008/Jul/22

แวบมาอัพนิดนึงก่อนไปนอน รู้สึกพักหลังๆเราจะปล่อยให้บล๊อกร้างไปหน่อย

//ปัดๆฝุ่น แค่กๆๆ

เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาเรากะครอบครัว พร้อมด้วยครอบครัวคุณน้าและคุณยาย หรือที่เราเรียกอาม่า ก็ได้รวมตัวกันไปถ่ายรูปที่สตูดิโอแห่งนึงย่านทองหล่อ  จริงๆแล้วเคยถ่ายสตูฯมาก่อนนะ แต่สมัยเมื่อสักสิบกว่าปีที่แล้ว ไอ้น้องเรายังดูเด็กอยู่เลย ส่วนเราตอนนั้นถ่ายรูปแล้วตาหยีมากแถมยังอ้วนอืด แอบรู้สึกไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่ เคยคิดเล่นๆว่าสักวันเราจะถ่ายรูปที่ดูดีกว่านี้ให้ได้เลย

วันนั้นก็มาถึงเอาเมื่อสิบกว่าปีให้หลังตอนที่ลูกทั้งสองคนเรียนจบหมดแล้วนี่แหละ 

การไปถ่ายรูปที่สตูฯ ก็ยังเหมือนเดิม คือไปถึงก็ไปเลือกชุด เอาชุดไปเองก็ได้ (แม่เค้าตกลงแพคเกจเรียบร้อยหมดแล้ว เด็วค่อยว่ากัน) หรือจะเลือกแต่ชุดของเค้าอย่างเดียวก็ได้ เราหนนี้แม่สั่งให้เอาชุดครุยไปทั้งพี่ทั้งน้องเพราะเค้าอยากให้ไว้ถ่ายกับอาม่า ส่วนของเรามีพิเศษอีกชุดคือชุดฟอร์มร้านจากบอดี้ไลน์ที่พึ่งได้มาใหม่ สีฟ้าลัลล้าหวานๆดี เลยเอาไปด้วย(ความจริงคือแม่มาเห็นแล้วบอกว่า ทำไมไม่เอาชุดนี้ไปถ่ายล่ะ? กร๊าก....แม่จะรู้ั้มั้ยนะว่านู๋คอสแบบนี้ประจำอย่างเชี่ยวชาญโคดๆ  แถมด้วยเวลาแต่งโลลิขายของหน้าร้าน555อีก)  เอากระโปรงสุ่มไป แถมด้วยหอบวิกส่วนตัวไปอีกสองหัว ลอน/ตรงน้ำตาลอย่างละหัว  แหม ทำร้านขายวิกเองไม่ใส่เองได้ยังไงใช่ป่ะ?

งวดนี้เลือกชุดได้เยอะกว่าเพื่อน มีชุดรับปริญญา ชุดจีน(เหมือนเสี่ยวเยี่ยนจื่อแบบนั้นอ่ะ) ชุดญี่ปุ่น ชุดราตรี ชุดไทยสไบ และชุดบอดี้ไลน์ที่หอบไปเอง  วิธีการถ่ายก็ง่ายๆเลือกชุด แต่งตัว แต่งหน้า ทำผมแล้วก็ลงไปถ่าย ขึ้นมาเปลี่ยนอีก ทำแบบนี้เรื่อยๆ  หนที่แล้ว สิบปีที่แล้วมีปัญหาเรื่องทรงผม แต่ก่อนยังนึกไม่ออกว่าจะต้องแต่งตัวอะไรยังไง แต่งขึ้นมาแล้วมันดูแก๊แก่ หน้าก็บานนน ดันทำแต่ทรงเกล้าผมขึ้นไปหมด ตอนนี้มาถ่ายรูปอีกทีเลยแบบ มะได้แระ...เอาวิกช่วยหน่อยดีกว่า ก็เลยได้ใช้วิกทั้งสองหัวตอนถ่ายรูป  พวกพี่กระเทยที่เป็นช่างแต่งหน้าทำผมก็กรี๊ดกร๊าดกันใหญ่บอกว่า ใส่วิกขึ้นมากเลย (แสดงว่า...ตอนขาไปตอนตูไม่แต่งหน้ากะไม่ใส่วิกสงสัยดูไม่จืดสินะ5555) ก็เลยบอกว่า แหงสิพี่ หน้าบานๆก็เติมผมม้า เติมผมข้างบังแก้มหน่อย หน้ามันจะได้ดูแบ๊วขึ้น ไม่งั้นถ่ายหน้าบานเหมือนเดิมถ่ายทำไมเนี่ย?? 55  แถมท้ายด้วยการโปรโมทร้านวีคอสเพลย์ของเราให้พวกพี่ๆเค้าซะเลย เผื่อใครสนใจจะได้มาคุยกันได้นะฮ้า

พี่ช่างแต่งหน้าที่แต่งให้เราคนนี้เก่งนะ แต่งออกมาแล้วหน้าเด้งมาก รอยสิวรอยแดงก็โบ๊ะซะหายวิ้ง แถมติดขนตาปลอม กะทำตาสองชั้นให้อีก เด้งสะเดิดมากขนตาอ่ะ แต่จะรู้สึกหนักๆตาไม่ค่อยชิน เหมือนตาปรือๆตลอดเวลา555  พอมีวิกแล้วทำให้ทรงผมมันดูทันสมัยหน่อย เทรนด์ช่วงนี้เกาหลีญี่ปุ่นยังได้เรื่อยๆ ก็เลยน่ะ...ซะหน่อย อิๆ 

เด๋วมาเมาท์ต่อกระทู้ต่อไปละกัน ไปนอนก่อน

รูปยังไม่มีนะจ๊ะ มาอีกทีอาทิตย์นี้ อยากเห็นรูปเหมือนกันว่าจะถ่ายแก้มือได้ดีกว่าสิบปีที่แล้วรึเปล่า

เรื่องสนุกๆตอนถ่ายรูปยังมีอีกเยอะมากเลยล่ะ เป็นความทรงจำที่ดีมากอีกวันนึงเลย 

2008/Jul/17

และแล้วก็ได้ทำตามที่หัวใจเรียกร้อง..(แอว๊ะ) ด้วยการไปหาท่านขงเบ้งทาเคชิที่หน้าจอโรงหนังอีกครั้ง หลังจากที่ทนคิดถึงสายตาหยาดเยิ้มที่ท่านมองจิวยี่(เฮ้ยยยย???!) หน้าหล่อๆกับชุดกุนซือสีขาว กะความเท่ของจิวยี่และเหล่าผู้กล้าไม่ไหว ก็เลย....เอาวะ ยอมเสียอีก 140บาทไปมองหน้าท่านที่โรงหนังเอสเอฟอีกสักรอบให้หายคิดถึงหน่อยน่า(555)

(ได้ข่าวว่ามันพึ่งดูมาเมื่อคืนวันอาทิตย์นิหว่า....และวันนี้วันอาสาฬฯ 555)

วันนี้ไปดูที่เอสเอฟ เซ็นทรัลเวิร์ลรอบตอนบ่ายหนึ่งโมง 55นาที พิเศษหน่อยตรงที่วันนี้ไปกับคุณแอนด้วย เลยลากไปดูสามก๊กด้วยกันซะเลย ขอบคุณที่ยอมให้เราล่อลวงมานะคะ ฮ่าๆ

รีวิวนี่คงไม่ต้องรีแล้วล่ะมั้ง คนดูหนังไปแล้วทั่วบ้านทั่วเมือง น่าจะรู้แล้วก็เยอะ กับเจอคนหลุดสปอยล์ออกมาหลายอยู่ จริงๆแล้วจะเรียกสปอยล์ทั้งหมดก็อาจจะไม่ถูกเพราะถ้าใครเคยอ่านสามก๊กก็ต้องรู้เรื่องอยู่แล้ว เพียงแต่ว่ามันจะมีพิเศษนิดหน่อยที่หนังเติมๆเข้าไป ซึ่งส่วนนี้ล่ะมั้งที่คงจะเรียกว่าสปอยล์ได้เต็มปากหน่อย

รอบแรก มัวแต่ตื่นเต้นกับฉากอลังการงานสร้าง และความเท่ของเหล่าแม่ทัพผู้กล้าทั้งหลาย ก็เลยแอบรู้สึกว่ามันน่าจะดูอีกสักรอบ อยากเก็บรายละเอียดหนังหน่อย เค้าอุตส่าห์ลงทุนขนาดนี้ และถ้าเป็นไปได้จะดูเสียงซาวน์แทรคอีกรอบด้วยก็ดี อยากฟังภาษาจีนจริงๆที่เค้าพูดกัน แต่เด็วไว้ก่อนละกัน เหอๆ

รอบสองนี้เราว่าเราพยายามตั้งใจดูทุกฉากนะ ก็รู้สึกว่าเก็บรายละเอียดหลายๆเรื่องได้เข้าใจมากขึ้น (หลังจากที่ตระเวณไปหาความรู้ในบอร์ดPantip์ซะหลายรอบ) เลยยิ่งรู้สึกชอบมากกว่าเดิมอีก (บ้าไปแร้ว)

จากการที่ได้ไปดูสามก๊กรอบสองและการตระเวนอ่านเว็บ Pantip ทำให้เรารู้สึกว่า.... (ถึงตรงนี้ หลุดสปอยล์แล้ว ถ้ายังไม่ดูปิดเลยก็ได้ค่ะ)

.

.

 

- จูล่งของเรา บางมุมเหมือนหม่ำ จ๊กม๊ก จริงอย่างที่เค้าร่ำลือ (ขอโทษแฟนจูล่งด้วยค่ะ แต่แอบเหมือนจริงๆนะ)

- ความสามารถพิเศษมากๆของจูล่ง คือการรับอาวุธอะไรสักอย่างกลางอากาศที่มันกำลังพุ่งมาหาได้อย่างแม่นยำ(มั่กๆ) ถ้าลองแอบนับครั้ง รู้สึกจะรับได้ถึง 3-4 รอบเชียวล่ะ ถือเป็นการโชว์เทพที่โดดเด่นไม่น้อยหน้าใคร

- หลังจากที่ดูจบรอบสอง เราก็ตัดสินใจได้ว่า คนที่มาดดีที่สุดในความรู้สึกของเรา ยกให้ท่านกวนอู วางท่าได้เท่สุดยอดแค่ท่าเปิดตัวก็กินขาด ช่วงโชว์เทพรายบุคคลนี่่ไม่ไหวแย้ว >W< ฮะเมี้ยวมากๆ แต่เสียดายที่เลือกคนแสดงตัวเล็กไปนิด รู้สึกว่าตามตำนานกวนอูจะตัวใหญ่และสูง น่าเกรงขามนะ นี่ดูตัวเท่ากันหมดทุกคนเลย

- ความสามารถของเตียวหุยคือจรวดมนุษย์..(โปรดนึกภาพการวิ่งเอาตัวพุ่งชนม้าจนล้ม)

- เห็นมีคนตั้งคำถามว่า ค่ายกลแปดทิศ ทำไมข้าศึกมันโง่วิ่งเข้าไปในกับดักได้ยังไงทั้งที่น่าจะเห็นๆกันว่าเค้าตั้งค่าย แต่ดันวิ่งเข้าไปซะเต็มกับดักไปหมดแถมวิ่งวนไปวนมา ไอ้คนตั้งรับก็ไม่ยักทำอะไร...(จากเว็บ Pantip) เราว่าเราพอจะได้คำตอบตรงนี้เหมือนกันนะ

ต้องเท้าความตั้งแต่แรก ที่องค์หญิงซุนล่อให้พวกทหารโจโฉตามมาติดๆ แล้วฝ่ายเล่าปี่ก็เตรียมเอาม้าผูกฟางหญ้ากองใหญ่ วิ่งลากไปให้ฝุ่นตลบมากๆจนมองไม่ค่อยเห็นทาง ทำให้ทหารโจโฉต้องวิ่งฝ่าฝุ่น และเมื่อออกจากกลุ่มฝุ่นได้สิ่งที่รออยู่คือพลธนูที่ยิงธนูห่าใหญ่ต้อนรับ แน่นอนว่าพอเจอธนู แล้วเห็นพลทหารม้าข้างหน้าตาย เค้าก็ต้องรีบชักม้าหลบแฉกข้างออก นั่นแหละ...ก็เลยพรวดเข้าไปในกับดักเลย แล้วก็คงงงว่า กรูจะหนีไปทางไหน คนมันสลอนไปหมด แถมเหมือนๆกันไปหมด.... อย่าลืมว่าคนที่ขี่ม้าเค้าจะไม่มีวันรู้เลยว่าไอ้ที่กำลังไปข้างหน้านั่นมันคือค่ายกลหรือไม่ใช่ เพราะเค้าไม่ได้มองจากมุมสูง เหมือนที่กล้องแพนมุมสูงให้ผู้ชมดูว่านี่มันเป็นค่ายกลสุดเวอร์นะ ดังนั้นไม่แปลกนะที่จะวิ่งวนๆๆกันไปโดยที่ดูเหมือนยังไม่รู้ว่าติดกับแล้ว แอบเห็นว่ามีม้าบางตัวเดินมั่วผิดช่องก็มี55 ก็เลยว่า พอเก็ทแล้วแหละ ค่ายกลนี้สวยดีนะ และที่ทหารราบที่วิ่งๆกันเอาแต่วิ่ง ไม่ทำอะไร ก็เพราะหัวหน้ายังไม่บัญชาการ เช่นเดียวกับทหารฝ่ายตั้งค่ายกลเหมือนกัน

- เครื่องดนตรีที่ขงเบ้งและจิวยี่เล่นคู่กัน มันคือ กู่ฉิน ไม่ใช่กู่เจิ้ง...แป่ว ทีแรกเราคิดว่าเป็นกู่เจิ้งรุ่นเล็กนะเนี่ย (55มั่วเอง นึกว่าสมัยนั้นไม้ขาดแคลนไง ทำได้แต่ตัวเล็กๆ) ความรู้จากเว็บ Pantip์เห็นบอกว่า กู่ฉิน เค้าไว้เล่นให้ตัวเองฟัง เครื่องจะสั้นกว่า ช่องเสียงสั้น คือเสียงจะไม่ดังมาก ในขณะที่กู่เจิ้งจะเสียงดังกังวานไกลกว่าเพราะตัวเครื่องยาว ใหญ่กว่า ช่องลมด้านใต้มันทำให้เสียงก้องดี (อันนี้รู้ดีเพราะมันตั้งอยู่ที่ีบ้าน ฝุ่นจับเพียบ555 ไม่ได้เรียนนานหลายปีแล้ว น่าเสียดายนะเนี่ีย) ดังนั้นจะเห็นท่านขงเบ้งลงเสียงเบสอย่างมันส์มาก

- มีคนว่าอีกว่า เสียงพิณมันตีกันฟังไม่ออก หูไม่ถึง อะไรยังงั้น เสียงมันก็ดูยุ่งๆจริงๆนะ แต่มันให้อารมณ์ของคนสองคนที่แตกต่างดีจัง ท่าทางเฮียเหลียงและทาเคชิคงต้องไปติวฝึกดีดเจ้านี่เข้มพอควร ดีดพิณพวกนี้มันต้องมีท่าทาง มีลีลานิดนึง...(ท่านขงเบ้งในชุดขาวนั่งดีดกู่ฉิน และส่งสายตานุ่มๆพร้อมรอยยิ้มนิดๆ...อ่ากกกก ละลายคาเบาะไปอีกที แพ้ผู้ชายใส่ชุดขาวอ่ะ)

- กำเหลง.. ทำหน้าเหมือนเหม็นอะไรตลอดเวลาจริงๆด้วย...สงสัยมาตั้งแต่ดูทีแรกว่า ทำไมต้องทำหน้ายู่ทั้งเรื่่อง 55 พึ่งประจักษ์ว่าเค้าเป็นดาราญี่ปุ่น

- เล่าปี่ ไปดูอีกที ก็ยังรู้สึกอยู่ดีว่า หน้าแอบดาดๆ อาแปะไปหน่อยยังไม่ค่อยสะดุดตาให้ติดตาเท่าไหร่ ยังแอบไม่โดน ติดคาแรคคนเก่าอยู่ดี

- เห็นด้วยว่า ขงเบ้งภาควัยหนุ่มในตอนนี้เหมือนตัวโจ๊กประจำเรื่อง แม้เป็นกุนซือแต่ก็ต้องมีอะไรนิดๆหน่อยๆให้อมยิ้ม ให้ขำกันได้เป็นระยะๆ เช่น ท่าอุดหู ตอนทำหน้าอึ๋ย ถ้าขาดไปสีสันภาคนี้คงหายไปเยอะ

-เช่นเดียวกับองค์หญิงซุนที่ป่วนทัพจนกลายเป็นตัวเพิ่มสีสันอีกคน เข้าขากันดีนักแล

- นอกจากนี้ ขงเบ้งปี 2008 ยังต้องเป็นตัวละครที่รับบทหลากหลายอารมณ์กว่าเพื่อน ไม่ว่าจะเป็นเศร้า วิตก ยินดี กระหยิ่มยิ้มย่อง ทำหน้าเหวอ ทำหน้าอึ้ง อึ๋ย..... วางมาดบางที และหลุดเก๊กอีกหลายๆที ถือเป็นตัวละครทีได้แสดงสีหน้าบ่อยกว่าเพื่อน

(ที่เหลือ มีแต่หน้าเข้ม ขรึม ไม่ก็ยิ้มนิดหน่อยเป็นพิธี)

- เว็บ Pantipมีคนช่วยตั้งชื่อเรื่องภาษาไทยใหม่ๆให้หลายชื่อ ที่แต่อ่านแล้วฮาแตก ก็เช่น

สามก๊ก ตอน โจโฉแตกบนเรือ..(ติดเรท)

สามก๊ก ตอน ผาแดงเร้นรัก (นี่ก็Yซ้า)

สามก๊ก ตอน ขงเบ้งหน้ามนผจญโจโฉหน้าหม้อ (ขำพรืดเลย555ใครตั้งง่ะ เอาไปห้าดาว)

รึไม่ก็ สำปั้นเร้นรัก...(อ่ะ เอาเข้าไป) มีโกเมนคีรี อันนี้ตั้งซะเพราะเชียว

มีอีกเยอะ แต่ที่โดนๆและจำได้มีประมาณนี้

- คู่ที่โดนจับคู่วายมากที่สุดในขณะนี้ คือคู่จิวยี่/ขงเบ้ง (จริงๆแล้วมีคู่อื่นนะ แต่พอดีเห็นกระทู้มีคนตอบคู่นี้บ่อย) อันเนื่องมาจากการส่งสายตากันไปๆมาๆนับครั้งไม่ถ้วนในเรื่อง...(เผลอคิดเล็กน้อยไปแล้ว55 คิดเล่นๆนะจ๊ะอย่าซีเรียส)

- ควรหาเทรลเลอร์ดูนิดหน่อย หรือดูแนะนำหน้าตาตัวละครสักนิดไปก่อน ก่อนจะดูก็ดี เผื่อกันงงว่าใครเป็นใคร เพราะไม่มีชื่อขึ้น ต้องรอเค้าเรียกชื่อกันเอง แต่ถ้าใครจำหน้าคนแม่นก็ลุยเลยจ้ะ

ถ้านึกไรออกจะมาต่อ...

 

edit @ 18 Jul 2008 02:27:49 by nuinthelewen

2008/Jul/14

พึ่งไปดูมาสดๆร้อนๆจบเมื่อสามทุ่มครึ่งมะวานนี๊เอง ด้วยอารมณ์พีคสุดๆเพราะคนรอบตัวหลายคนไปดูมา แม้กระทั่งนัทจังก็ไปกับคุณแฟนไปดูมาเมื่อวันเสาร์ทำเอาเราแทบลงแดงเพราะอยากดู

จริงๆสามก๊กนี่ชอบเป็นทุนอยู่แล้ว ดูตั้งแต่สมัยที่เป็นวีดิโอที่ยาวๆสัก 3-40ม้วนน่ะ เสียดายที่ดูได้ครึ่งเดียว รุ่นๆสุมาอี้นั่นไม่ได้ดูแล้ว เพราญาติยืมไปแล้วเอาไปดอง เหอะๆ

พอหนนี้มารีรันอีกที และรู้ว่าทาเคชิ คาเนชิโร่ หรือจิงเฉิงอู่ (แหม่ ลูกครึ่งยุ่น-ไต้หวันนี่มันโคดดีเลยนะ ทูอินวัน) รับบทเด่นเป็นขงเบ้ง ตัวละครเจ้าความคิดที่เราชอบซะด้วย...ตั้งแต่ตอนที่แสดงโดยนักแสดงที่ดูมีอายุหน่อยอีกคนนึง แล้วงี้ไม่ดูได้ไงล่ะ

ก็เลยไปดูมาเมื่อวันอาทิตย์ช่วงเย็นหลังจากกลับจากไปมีทดอลล์ที่ร้านซีเคร็ท เรซิพีตรงอารีย์มา อันนั้นเด็วมาเล่าอย่างละเอียด พอดียังไม่ได้เอาีรูปลงเลย มีหลายกล้องมากๆตอนนี้

ก็เลยได้ไปดูสมใจ

....ดูแล้วก็อยากจะกรี๊ด...โอ้วมายบุดดา...

ขงเบ้งภาคหนุ่มทำไมดูน่ารัก น่ากิน(??) แบบนี้ อ๋างงงง

 //ตกลงนี่ไปดูแต่ขงเบ้งอย่างเดียวชิมิ?

แหะๆ ป่าวววน้า แค่หนังมันโดนขโมยซีนไปครึ่งเรื่องเพราะคุณพี่กุนซือท่านนี้แล (ในความรู้สึกเรานะ55)

เอนทรี่นี้เขียนเพื่อกรี๊ดกร๊าด...ดังนั้นอย่าเอาอะไรกะมันมาก55

อาจมีหลุดสปอยล์นิดหน่อย หากไม่อยากรู้กรุณาเลื่อนไปข้างล่างเลยเน้อ

.

.

ปกติ พอพูดถึงขงเบ้ง เรามักนึกถึงผู้ชายหน้าตาแบบดูฉลาดๆ ดูทรงภูมิ ตาเรียวเล็ก มีหนวด ถือพัดขนนก หน้าตาท่าทางใจดี ยิ้มๆอยู่ตลอดและแอบกวนนิดๆ ดูมีอายุหน่อยแบบเลยวัยกลางคนไปแล้วค่อนไปทางอายุเยอะสัก50   นี่เป็นอิมเมจที่เราติดมาจากตอนดูซีรีย์เมื่อนานมาแล้ว

แบบนี้

แต่พอมาเป็นทาเคชิ.. มันกลายเป็นขงเบ้งในอีกเวอร์ชั่นนึงที่เรารู้สึกว่า ก็แปลกตาดี ไม่ถึงกับว่าขัดตาจนรับไม่ได้ (หลายที่เห็นมีคนเข้ามาวิจารณ์ว่า ทาเคชิไม่เหมาะกับบทนี้เพราะหล่อไป555 เอ๊ยไม่ใช่ แบบว่า หน้าตายังไม่ค่อยเข้ากับคาแรคฯ ยังดูไม่นิ่ง ไม่ทรงภูมิ บลาๆ) สำหรับเรา เราโอเคนะ..

ขงเบ้งในนิยาย บ้างก็ว่าเป็นผู้หยั่งรู้ดินฟ้า เก่งไปหมดทุกอย่าง เทพมากๆ ประมาณนั้น แต่ในเวอร์ชั่นของเรด คลิฟ เราว่าขงเบ้งดูเหมือนคนธรรมดา ที่มีอารมณ์ความรู้สึก แม้จะได้ชื่อว่าเป็นกุนซือแล้ว แต่ก็ยังแอบรู้สึกว่า เหมือนกุนซือฝึกหัดนิดๆ (มั้ย) คือคงจะเคยวางแผนการรบอะไรมาแล้วบ้างแหละ แต่ยังไม่ได้เชี่ยว รอบจัดมากๆเหมือนสมัยถัดๆไป ดูได้จากสีหน้าท่าทางที่หลายๆทีก็แสดงออกถึงความกังวล มีความไม่แน่ใจอยู่ลึกๆ อะไรอย่างนั้น

ขงเบ้งเวอร์ชั่นนี้ไม่ได้เก่งจัด หรือว่ามั่นสุดๆ เวลาไปขอใครมาเป็นพันธมิตรก็ดูอ่อนน้อมถ่อมตน พูดจาดีมีสาระและวาทศิลป์ เราชอบนะ คิดว่าทาเคชิสอบผ่านตรงนี้ แต่เสียดายนิด เราอยากดูฉากวาทศิลป์เกลี้ยกล่อมซุนกวนให้เยอะกว่านี้หน่อย ตรงนี้ยังพูดไม่ค่อยเยอะ เหมือนจะรัวประโยคเด่นๆแค่ 1ประโยคยาวๆ มันน่าจะคุยให้เห็นว่า เออ นี่ล่ะวาทศิลป์ของกุนซือแห่งเล่าปี่ล่ะ อยากให้ได้เติมอีกหน่อยจัง..

แถมเป็นขงเบ้งแบบที่เราไม่ค่อยไ้ด้เห็น...ขงเบ้งทำคลอดม้า(??) ขงเบ้งดีดพิณคู่ ขงเบ้งเอานกไปตากให้ัตัวแห้ง(???)  ขงเบ้งอุดหู(??) ขงเบ้งทำหน้าแบบ ...อึ๋ยย..(555น่ารักมากอ่ะ)

ไม่เคยเห็นจริงๆอ่ะ เคยดูแต่เวอร์ชั่นชราหน่อย แล้วมาดเค้าจะดี จะนิ่ง อันนี้ยังมีแอบหลุด แอบฮา กลายเป็นกุนซืออารมณ์ดีไป ก็รู้สึกดีนะ มันมีอะไรน่ารักๆมาเพิ่มทำให้เรื่องมันไม่หนักเกิน 

แถมด้วย...แฮะๆ ขงเบ้งกับจิวยี่..คู่นี้ก็มีอะไรคุยกันทางตานะ ไม่ค่อยจะพูดยาวๆแต่ใช้ตาคุยกันตลอด

ดังนั้นจะไม่แปลกใจที่เอะอะอะไรก็สบตา (??!)กันเป็นประจำ (ขอโทษจริงๆแต่เผลอแอบจิ้นนิดๆหน่อยๆ ขงเบ้งทาเคชิเราตาเยิ้มจัง...คนดูแถวนี้ดูแล้วละลายคาเบาะ)

แต่จริงๆแล้วถ้าตัดจิ้นวายออก...การมองตาอีกฝ่ายมันก็เป็นการหยั่งเชิงดูนะว่าอีกคนคิดยังไง จะเป็นมิตรแท้รึศัตรูเทียมรึเปล่า อะไรยังงั้น ถ้าไปดูจะสังเกตว่ามีการมองปฏิกิริยาของอีกฝ่ายตลอดเวลา แอบชิงไหวชิงพริบกันแบบเงียบๆ

รึแม้แต่การเล่นพิณคู่...เสียงเพลงสื่อความหมายกันได้เข้าใจถูกต้องทั้งสองฝ่ายเลย อะไรจะขนาดนั้น รู้ใจกันโคดๆ ถ้าได้เป็นสหายกัน ไม่ต้องรบกันเองก็คงจะดีนะ...(คงน่าคิดยิ่งๆขึ้น หึๆ)

เป็นบทที่ไม่เลวเลย.. อยากดูอีกรอบ ทำไงดี55

มีคนถามมาว่า ทำไมไม่แลกบทกันล่ะ ระหว่างเฮียเหลียงกะทาเคชิ ?

ให้ทาเคชิไปเป็นจิวยี่แทน เพราะจิวยี่หน้าจะหน้าตาดีกะหน้าหวานกว่า ส่วนขงเบ้งหน้าตาน่าจะดูมีอายุกับนิ่งๆ เคร่งขรึม

เราก็เลยคิดว่า...อืม แบบนี้ก็ดีกว่าล่ะมั้ง เพราะถ้าทาเคชิได้บทจิวยี่จริงก็ต้องลงไปรบ คลุกฝุ่นมอมแมม และจะได้เลิฟซีน(อ๊าง) กะแม่นางเสียวเกี้ยว  ซึ่งทาเคชิอาจไม่ช่ำชองเรื่องแนวนี้เท่าเฮียเหลียง

ดังนั้นจึงโยนบทถึกให้เฮียไป ส่วนทาเคชิก็ปล่อยให้เป็นกุนซือ เดินตัวสะอาด หล่อไปหล่อมาบนเชิงเทินยังงี้แหละดีแล้ว (5555) เห็นมีคนติงมาตลกๆว่า นี่...เดินไปเดินมาไม่ใส่เกราะกลางสนามรบยังงั้น ถึงอยู่ที่สูงก็ยังอันตรายนา...เออ ก็นั่นแหละถูกแล้ว

จิวยี่เฮียเหลียงก็ประทับใจ  เราว่าเหมาะนะ แคสต์มาใช้ได้ทีเดียว อาจจะไม่ขนาดหน้าหยกอย่างในนิยาย(ซูมหน้าทีหน้าเป็นหลุมเพียบเลยพี่เหลียง/ทาเคชิขา) แต่ก็ดูเป็นคนจริงๆดีนะ เรียลดี 

มีฉากประทับใจอยู่เยอะมากๆสำหรับเรื่องนี้

เราไม่ได้ปลื้มแค่สองคนข้างบน ตัวละครเอกอีกหลายคนเราก็ชอบนะ

...กวนอู ..อะโหยขอหน่อยเถอะ โผล่มาที คนอื่นนี่ไม่รู้หรอกว่าใครนะ แต่เห็นหน้ากวนอูแล้ว โอ้นี่ล่ะ กวนอูชัวร์! หน้าแบบนี้ ถือทวนด้วย ตารียาว มีหนวด ท่ากวัดแกว่งง้าวโชว์เทพสุดๆ เท่โคดอ่ะ

เตียวหุย เอาใครมาเล่นก็เหมือน55 ผมชี้ๆหน้าดุๆ มุทะลุแต่ลุยได้มันส์มาก

เล่าปี่...แอบไม่คุ้นหน้า พอดีคุ้นหน้าเล่าปี่คนเก่าที่คู่กะขงเบ้งในซีรี่ย์มากไปหน่อย คนนี้เห็นคนไม่ค่อยชอบกัน เราคิดว่ากลางๆนะ หน้าตาแกอาจคล้ายอาแปะแถวบ้าน แต่ก็ให้ความรู้สึกแบบคนบ้านๆซื่อๆ(ที่ไม่รู้ว่าจริงๆแล้วแอบถือมีดไว้ข้างหลังด้วยรึเปล่า) ลูกน้องรักได้โอเคอยู่

จูล่ง...พรืดดดพี่คนนี้เคยเล่นแปดเทพอสูรมังกรฟ้าซีรี่ย์นิหว่า จำหน้าได้เลยหน้าตาลุยๆงี้ (มีคนหาว่าเหมือนหม่ำ เรานั่งขำ555)  นี่ก็เทพโคดๆ สุภาพบุรุษตัวจริง...มีคิดว่าตอนช่วยอาเต๊านี่ อาเต๊าน่าจะขาดอากาศหายใจม่องในเกราะก่อนรึเปล่านะ ในสมัยเรียนที่บทฝ่าทัพรับอาเต๊านี่เค้าเอาเด็กใส่ในเกราะตรงอกเสื้อมะใช่เหรอ? นี่เอาไปผูกหลัง เกิดมัวโชว์เทพ แล้วสะดุดหกล้มหงายหลังมิทับอาเต๊าแบนตายเรอะ??? ไม่ก็โดนทหารเสียบหลังอาเต๊าก็มีสิทธิ์ม่องได้เหมือนกัน เหอๆ แต่ก็รอด... ดวงคนจะได้เป็นคิงอ่ะนะ

 โลซก...ฮ่วย ดูมาตั้งนานเราไม่รู้ว่าเค้าชื่อโลซก เวงกำ จำมะค่อยได้น่ะ แต่พึ่งมาอ่านพวกบทวิจารณ์ถึงได้รู้ บทไม่ได้เด่น แต่เราว่าเป็นคนแก่ที่น่ารักดี55

ซุนฮูหยิน...อารมณ์เหมือนเสี่ยวเยี่ยนจื่อเลย ผู้หญิงจีนสมัยก่อนคงหายากนะแบบนี้ แต่จริงๆในนิยายตรงนี้ก็ไม่มี เติมมาให้สนุกขึ้น จ้าวเวยน่ารักอ่ะ

โจโฉ ภาคนี้แลดูหื่นๆไปหน่อยมั้ย? เน้นรบเพื่อชิงตัวหญิง? ไม่ม้างง อาจจะหญิงเป็นแรงบันดาลใจและของแถมน่ะ  หน้าตาโอเค ร้ายใช้ได้ คนพากย์นี่คนเดียวกะที่พากย์พวกตัวร้ายในหนังจีนเลย

เสียวเกี้ยว....ได้เล่นบทเสียวจริงๆ พันแผลได้สยิวดี ผู้ชายคงอิจฉาเฮียเหลียงมั่กๆ

ค่ายกลแปดทิศ...มันดูอลังการงานสร้างเวอร์ๆ แต่ก็มีคนแย้งอีกว่า มันจะเป็นไปได้ไงที่ข้าศึกวิ่งเข้าไปในกับดักเอง? ง่ายไปรึเปล่า หรือสมัยก่อนเค้าทำได้จริง อันนี้เราไม่รู้

รู้แต่โคดชอบเลย ตอนเปิดประตูสู้เรียงคน โชว์เทพเรียงตัว..เทพจริงๆด้วย มีแค่ไม่กี่ี่คนรบยังกะสองพัน... เป็นการจัดกระบวนค่ายได้สวยอ่ะ เท่ดีแถมโหดอีกตะหาก

เรื่องนี้อะไรๆก็ดีนะ เสียอย่างนึง บางทีคนที่ไม่เคยดูเทรลเลอร์ หรืออ่านมาก่อนว่าคนนี้ๆนะ เล่นเป็นตัวนี้ มาถึงถ้ามาดูเลยจะเง็ง หน้าเหมือนกันหมดเลย ฮ่วย....

มันน่าจะขึ้นชื่อให้นิด ว่าเนี่ย ใคร บอกรอบเดียวก็จำได้แล้ว นีไม่บอกแล้วต้องไปรอมันคุยกันแล้วเรียกชื่อ บางคนกว่าจะจำได้ว่านี่ใคร ปาเข้าไปครึ่งเรื่อง น่าเสียดายไง

//ไม่เป็นไร จำขงเบ้งที่น่ารักของเราได้คนเดียวก็พอ เอิ๊กกก

อยากดูตอนต่อไปเร็วๆจังเล้ย นี่คงได้ไปดูรอบสองแหง กะว่าไปเก็บรายละเอียด หุๆ 

 

ไปแระ สครีมแค่นี้ล่ะ (ยาวมาก)

edit @ 14 Jul 2008 23:53:37 by nuinthelewen



nuinthelewen
View full profile