2005/Jun/11

โฮ่ๆ ด้วยความบ้าฮารุกะนารุที่ก่อตัวอย่างรวดเร็ว เหตุเพราะมิ้นจังส่งภาคโอวีเอมาให้ดู แล้วเกิดอาการกรี๊ดสนั่น รีบไปเอาซีรี่ย์มาดูต่อหมด 26 ตอนจบในเวลาไม่ถึงสามวัน แล้วบ้าไม่หยุด วิ่งไปซื้อภาคมังกะต่อห้าเล่มที่บงกชแปลออกมาอีก เพื่อจะเก็บรายละเอียด โฮ่ๆ..ในที่สุดเราก็คลอดฟิคเรื่องแรกออกมาจนได้ คู่โปรดนี่ล่ะ..อ่านไปก็คงจะรู้ว่าใครกะใคร ฮุๆ แต่ก็แอบๆอีกคู่เอาไว้ในฐานะที่ชอบไม่แพ้กัน แฟนๆฮารุกะนารุที่เป็นภาคนอร์มอลเนี่ยก็ต้องชออภัยด้วยนะคะ อากาเนะจังเนี่ยเราก็ชอบนะ ขอบอกว่าไม่เคยเกลียดตัวละครหญิงเลยจริงๆ แต่ว่าเราอยากเขียนในคู่หนุ่มๆที่เราชอบโดดเด่นกว่าใครเพื่อนก็เท่านั้นเอ๊ง อิ๊ๆ...ใครที่รับไม่ได้กับฟิคแนวไม่นอร์มอลก็ต้องขออภัยนะค้า บอกกันไว้ก่อนเผื่อๆว่า..อาจจะมีคนอ่าน สุดท้ายนี้ เราอยากขอบคุณมิ้นจังมากที่ทำให้เราบ้าหนุ่มๆเรื่องนี้ รู้สึกว่า..เราพลาดอะไรดีๆไปเยอะเรย...

Ok...you are warned...

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

ready?

go!!

Beloved by Nuinthelewen

//ได้โปรดเถิด..ท่านผู้เป็นเจ้าของบึงน้ำแห่งนี้ ข้าขอสิ่งนั้นคืนด้วยเถิด... มันสำคัญยิ่งนักสำหรับข้า//

//ย่อมได้..หากมีสิ่งแลกเปลี่ยน//

//สิ่งใดเล่าที่ท่านประสงค์//

//ตัวเจ้า...//

//ขออภัยด้วย..ข้ามิอาจทำตามความประสงค์ของท่านได้ ตัวข้ายังมีภาระหน้าที่ใหญ่หลวงในการคุ้มครองมิโกะแห่งริวจินไปจนกว่าจะบรรลุเป้าหมาย//

//หึ..อย่างนั้นก็จงทำใจเสียว่า..ของสำคัญของเจ้าจะต้องจมอยู่ใต้ห้วงน้ำแห่งนี้ตลอดไป!!//

-----------------------------------------------

เอย์เซ็นซัง... เอย์เซ็นซังเป็นอะไรรึเปล่าคะ? เสียงเล็กๆของเด็กสาวตัวน้อยในชุดมิโกะประยุกต์สีม่วงหวานใสราวกับกลีบดอกฟุจิถามขึ้นขัดจังหวะความคิดที่ล่องลอยไปไกลจนชายหนุ่มหน้าหวานสะดุ้งตื่นจากภวังค์ เมื่อกลับสู่โลกแห่งความเป็นจริง เจ้าของชื่อนั้นจึงได้พลันตระหนักว่า ณ เวลานี้สายตาทุกคู่ในองค์ประชุมต่างย้ายมาจับจ้องอยู่ที่ตนเองเป็นจุดเดียว ความเก้อกระดากวาบปลาบขึ้นในใจทันทีด้วยนึกละอายในการกระทำที่ไม่สมควรระหว่างที่ทุกคนกำลังเคร่งเครียดเรื่องสถานการณ์ไม่ชอบมาพากลในเมืองระยะนี้แท้ๆ...

อา..ขออภัยครับ มิโกะ ข้าเพียงแต่กำลังคิดอะไรบางอย่างเพลินไปสักหน่อย ต้องขออภัยที่ขัดจังหวะทุกท่าน ดวงตาสีสวยหลบสายตาลงอย่างสำนึกผิด มิโกะสาวรีบร้องห้ามเป็นการใหญ่

อุ๊ย..ไม่ต้องถึงขนาดนั้นหรอกค่ะเอย์เซ็นซัง ชั้นแค่เป็นห่วงน่ะค่ะว่าเอย์เซ็นซังไม่สบายหรือเปล่า เห็นพักนี้ดูไม่ค่อยสดชื่นเลยแถมสีหน้าก็ไม่ค่อยดีอีกด้วย เหมือนกับมีเรื่องทุกข์ใจอะไรอยู่ยังงั้นแหละ... มีอะไรต้องบอกกันนะคะ อย่าเก็บเงียบเอาไว้คนเดียว เด็กสาวรีบตอบเร็วปรื๋อด้วยสีหน้าเป็นห่วงเป็นใยจากใจจริง ซึ่งนั่นก็เรียกรอยยิ้มแช่มชื่นจากเรียวปากบางของชายหนุ่มกลับคืนมาได้ไม่ยาก

ขอบคุณที่เป็นห่วงครับ มิโกะ ...แต่ไม่มีอะไรจริงๆ ขอโทษนะครับทุกคน ข้าขอตัวก่อน.. ร่างบางในชุดนักบวชค่อยลุกขึ้นเดินหลบหายออกไปจากที่นั้นอย่างรวดเร็วท่ามกลางความประหลาดใจของหลายๆคน

ดูเหมือนพักนี้ท่านเอย์เซ็นจะมีเรื่องไม่สบายใจอยู่แน่ๆ พลตรีหนุ่มทาจิบานะแสดงความคิดเห็นพร้อมกับเคาะพัดในมือไปมา

ข้าก็คิดเช่นนั้นครับ.. ข้าเคยพยายามจะถามหลายต่อหลายครั้งแต่ท่านเอย์เซ็นก็ยังยืนยันมั่นเหมาะว่าไม่มีอะไรทั้งสิ้นจนข้าเองก็จนใจ ทากามิจิหันไปสบตานายหนุ่มชั่วแวบหนึ่งด้วยสีหน้าไม่สบายใจไม่แพ้กัน

ให้ตายสิ...คุณองค์ชายนี่เข้าใจยากชะมัดเลย มีอะไรทำไมไม่รู้จักบอกคนอื่นเขาสักหน่อยนะ จะได้หาทางช่วยกันได้..เราเป็นพวกเดียวกันแล้วไม่ใช่รึไง เทนมะเอามือเท้าคางทำหน้าเบื่อหน่าย ร้อนถึงคนข้างๆต้องปรามขึ้นมาเบาๆ

รุ่นพี่เทนมะ ...อย่าไปว่าท่านเอย์เซ็นอย่างนั้นเลย บางทีมันอาจจะเป็นเรื่องส่วนตัวอะไรบางอย่างที่บอกใครไม่ได้ก็ได้นะฮะ เด็กหนุ่มตัวเล็กๆผมสีทองผิวขาวผ่องนามชิมอนแสดงความคิดเห็นบ้าง

ใช่ๆ ชั้นก็คิดแบบชิมอนนะ แล้วจะทำยังไงดีถึงจะรู้ได้ว่าเอย์เซ็นซังมีเรื่องอะไรไม่สบายใจ อาคาเนะเปรยขึ้นมาเบาๆซึ่งก็ทำเอาหลายคนที่อยู่ในองค์ประชุมนิ่งคิดกันไปนาน จนกระทั่งน้ำเสียงทุ้มนุ่มของใครบางคนดังขึ้นทำลายความเงียบ

หากนั่นเป็นความต้องการของมิโกะ...ข้าจะลองสืบความให้

ยาซึอากิซัง.. เด็กสาวผู้เป็นเหมือนศูนย์รวมใจของทุกคนเงยหน้าขึ้นมองเจ้าของเสียงด้วยท่าทางดีใจออกนอกหน้า พอจะสืบได้ใช่มั้ยคะว่าเอย์เซ็นซังไม่สบายใจเรื่องอะไร

ดวงตาสองสีอำพันทองและเขียวมรกตตวัดขึ้นสบตาเด็กสาวตรงหน้าพร้อมกับน้ำเสียงราบเรียบเหมือนเคย ข้าจะลองส่งชิกิงามิไปสืบดู คงจะได้ความอีกไม่ช้า คำตอบนี้ทำให้อาคาเนะยิ้มออกมาได้

งั้นต้องรบกวนด้วยนะคะ

ไม่มีปัญหา...ขอเพียงเป็นความต้องการของมิโกะ ชายหนุ่มค้อมศีรษะลงให้เด็กสาวน้อยๆก่อนจะลุกขึ้นผละออกไปจากที่นั้นอย่างรวดเร็วอีกคนด้วยฝีเท้าเงียบกริบเบาหวิวราวแมวป่าที่แสนจะคล่องแคล่ว

ให้เขาจัดการจะดีรึครับ มิโกะ โยริฮิสะที่นั่งเงียบอยู่นานแล้วเอ่ยขึ้นบ้าง.. ไม่ใช่ว่าเขาไม่ไว้ใจยาซึอากิ องเมียวจิหนุ่มฝีมือฉกาจคนนั้นแต่อย่างใด เพียงแต่ชายหนุ่มไม่ค่อยแน่ใจนักว่าองเมียวจิที่แสนจะเดาใจยากผู้นี้คิดจะหาความจริงจากองค์ชายผู้อ่อนโยนได้อย่างไร...

เก็มบุเหมือนกันคงจะพอรับมือกันไหวล่ะน่า อิโนริชิงพูดแทรกขึ้นมาบ้าง ใบหน้าของเด็กหนุ่มผมแดงดูไม่มีทีท่าร้อนใจอะไรผิดกับคนสูงวัยกว่าข้างๆ

ก็หวังว่าจะเป็นอย่างนั้นนะ...

---------------------------------

นกน้อยสีขาวหางยาวพลิ้วบินแหวกอากาศเข้ามาหาถึงในห้องพักกลางเรือนใหญ่ องเมียวจิหนุ่มยกมือขึ้นรับมันไว้พร้อมกับดึงตัวมันลงมาคุยด้วยเงียบๆพักหนึ่งก่อนที่เจ้าตัวน้อยจะสลายหายไปกับอากาศเมื่อเสร็จหน้าที่ เหลือเพียงตุ๊กตากระดาษตัดเป็นรูปคนแผ่นหนึ่งหล่นอยู่บนพื้น..

บึงใหญ่กลางป่า...งั้นหรือ ร่างเพรียวครุ่นคิดอยู่ตามลำพังแล้วจึงตัดสินใจเดินออกไปข้างนอกโดยมีจุดหมายปลายทางอยู่ที่บึงน้ำกว้างใหญ่กลางป่าไม่ใกล้ไม่ไกลจากที่พำนักของฟุจิฮิเมะ..

ฝีเท้าว่องไวประดุจสายลมของชายหนุ่มพาร่างสูงโปร่งมาหยุดอยู่ณ ที่หมายได้ในเวลาอันรวดเร็ว บริเวณรอบบึงน้ำกว้างใหญ่ปกคลุมไปด้วยไม้ยืนต้นขนาดใหญ่นับเป็นสิบๆต้นรายล้อมเสมือนเป็นกรอบตามธรรมชาติ องเมียวจิหนุ่มไม่ลังเลที่จะตรงเข้าไปสัมผัสกับลำต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งใกล้ตัวเพื่อสอบถามอะไรบางอย่างไว้เป็นข้อมูล..และก็เป็นจริงอย่างที่เขาได้คาดคะเนไว้ ทั้งชิกิงามิและไม้ใหญ่ประจำที่นี่ต่างก็บอกเหมือนกันว่า เอย์เซ็นมาที่บึงน้ำนี้หลายครั้งแล้วจริงๆ...ทว่ากลับไม่มีใครยอมบอกว่า องค์ชายน้อยผู้นั้นมาที่นี่เพื่ออะไร..

ที่จริงความสามารถขององเมียวจิระดับเขาแค่สืบสาวราวเรื่องเพียงเท่านี้ดูง่ายดายเหมือนดังพลิกฝ่ามือ หากชายหนุ่มผมยาวกลับยืนนิ่งครุ่นคิดขัดแย้งในใจตัวเองอยู่ครู่ใหญ่

เหตุใดจึงต้องอยากรู้เรื่องราวของผู้อื่นด้วย..เหตุใดจึงต้องสนใจความรู้สึกของคนอื่น

ทั้งที่ตัวเองก็ไม่ใช่มนุษย์..ไม่ได้มีกำเนิดมาจากมนุษย์จึงไม่น่าจะมีความรู้สึกของมนุษย์อยู่ในตัวได้แท้ๆ..

...............

คงเป็นเพราะแค่ทำตามคำบัญชาของมิโกะเท่านั้น...

ปลายนิ้วยาวเรียบคีบแผ่นยันต์ยกขึ้นแหวกอากาศวาดเป็นรูปดาวห้าแฉกอย่างคล่องแคล่ว ทันทีที่แผ่นยันต์ปลิวหลุดจากปลายนิ้วหล่นลงสัมผัสพื้นน้ำ..พลันผิวน้ำกว้างใหญ่ก็กลับเรืองแสงสว่างวาบใหญ่ก่อนจะเลือนหายเปลี่ยนให้ม่านน้ำบริเวณที่ชายหนุ่มยืนอยู่นั้นกลับกลายเป็นดั่งกระจกภาพย้อนเวลาดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ได้อย่างชัดเจน..

เอย์เซ็นยืนเป่าขลุ่ยอยู่ที่ริมน้ำตามลำพังเดียวดาย..เสียงขลุ่ยเสนาะโสตดังกังวานสะท้อนผืนน้ำกว้างใหญ่จนภูติพรายผู้เป็นใหญ่ที่สิงสถิตย์อยู่ในบึงกว้างนี้มานานมิอาจต้านทานบทเพลงไพเราะหวานซึ้งแกมเศร้าสร้อยนั้นได้ ต้องผุดขึ้นมาชะโงกดูให้เห็นชัดว่าเป็นผู้ใด และทันทีที่ได้เห็นเรือนร่างโปร่งบาง ความงามหมดจดทั่วสรรพางค์และดวงหน้าอ่อนโยนของชายหนุ่มในเพศนักบวชแจ่มชัด จิตแห่งปีศาจก็ร้อนรุ่มไปด้วยกิเลสตัณหาแห่งความต้องการอันไร้ขอบเขตจนยากจะควบคุมได้ สายน้ำในบึงพุ่งทะยานออกไปคล้ายรูปฝ่ามือใหญ่โตน่าสะพรึงกลัวหมายใจจะไขว่คว้าลากเอาร่างบางริมฝั่งน้ำให้ลงมาเป็นของตนชั่วนิรันดร์ เดชะบุญที่ประสาทสัมผัสที่หกของชายหนุ่มผู้อยู่ในสมณเพศฉับไวเกินกว่าผู้ใดจึงเบี่ยงกายหลบสายน้ำบ้าคลั่งที่ทะยานเข้าหาร่างตนได้พ้นทาง แต่กระนั้นเอย์เซ็นก็เสียหลักล้มลงไม่เป็นท่า ปล่อยให้ขลุ่ยผิวคู่ใจพลัดหลุดมือและถูกลากจมหายลงไปใต้น้ำเป็นระลอกแรก แม้จะตื่นตระหนกแต่ร่างบางก็ยังตั้งสติได้ รีบยกสายประคำขึ้นสวดภาวนาคาถาโดยพลัน ม่านบาเรียสีน้ำเงินใสกระจายตัวแผ่กว้างออกคุ้มครองเจ้าของมนตราได้ทันเวลาก่อนที่สายน้ำบ้าคลั่งจะแผลงฤทธิ์ไขว่คว้าตัวชายหนุ่มเป็นระลอกที่สอง เมื่อเห็นว่าไม่อาจทำอะไรนักบวชหนุ่มรูปงามในข่ายพลังคุ้มครองของเทพเก็มบุได้ สายน้ำจึงยอมสงบลงอีกครั้ง หากทว่าร่างบางกลับไม่อาจสงบใจอยู่เพราะได้ทำสิ่งมีค่ามากที่สุดชิ้นหนึ่งในชีวิตหายไปต่อหน้าต่อตาเสียแล้ว... เอย์เซ็นพยายามกลับมาที่บึงน้ำนี้หลายครั้ง...และแม้องเมียวจิผู้สามารถอย่างยาซึอากิจะไม่อาจได้ยินเสียงจากกระจกน้ำ แต่ก็พอจะคาดเดาได้ไม่ยากจากอากัปกิริยาที่ดูวิตกกังวลบนใบหน้านวลว่า ร่างบางคงจะกลับมาที่นี่เพื่ออ้อนวอนขอสิ่งนั้นคืนจากภูติพรายแห่งบึงน้ำใหญ่นี้เป็นแน่ ...

ภาพอดีตชั่ววันเลือนหายไปจากสายน้ำ...ชายหนุ่มผู้เสกสรรค์กระจกมายาถอนใจออกมาเบาๆ เขานึกไม่ถึงว่าแค่ลำพังขลุ่ยผิวเลาเดียวที่หล่นหายไปด้วยฝีมือภูติใต้ท้องน้ำจะทำให้คู่เก็มบุของตนร้อนรนกระวนกระวายใจได้มากถึงเพียงนี้ ....ของชิ้นเดียวมีคุณค่าทางใจมากมายได้ถึงขนาดนั้นเลยหรือ?

เป็นเพราะว่าเขายังไม่มีจิตใจของมนุษย์ในตัวกระมัง...จึงไม่อาจเข้าใจความรู้สึกละเอียดอ่อนอันแสนซับซ้อนนี้ได้ เป็นแค่ตุ๊กตาองเมียวจิที่อาเบย์โนะเซเมย์ให้กำเนิดร่างกายจากดอกคิเคียว มีหน้าที่ทำทุกอย่างตามคำบัญชาจากอาจารย์เท่านั้น..

และทั้งที่คิดแบบนี้เสมอ..แต่การกระทำที่ออกมากลับขัดแย้งกันโดยสิ้นเชิง..

มนตราบทต่อไปหลั่งไหลออกจากเรียวปากสวยซ้ำแล้วซ้ำเล่า..สายน้ำเริ่มสั่นสะเทือนก่อนจะแหวกออกเป็นวงกว้างขึ้นทีละน้อย ขลุ่ยเลานั้นลอยตัวขึ้นเกือบถึงผิวน้ำตามแรงสั่นสะเทือน ทว่าการณ์กลับไม่เป็นดังที่องเมียวจิหนุ่มคาดคิด ภูติพรายแห่งบึงน้ำใหญ่ไม่ปล่อยให้คนแปลกหน้าลองเชิงได้เลย สายน้ำที่เคยสงบนิ่งราบเรียบสะอาดใสดุจกระจกเงากลายสภาพเป็นคลื่นทะเลคลุ้มคลั่งถาโถมหมายจะจัดการผู้บุกรุกหนุ่มให้อยู่หมัด ยาซึอากิระวังตัวแจอยู่แล้วรีบกระโดดหลบการโจมตีไปได้อย่างหวุดหวิด เสียงคำรามจากใต้น้ำยังดังก้องอื้ออึง

///เจ้าผู้บุกรุก! มันผู้ใดที่บังอาจกวนน้ำในบึงของข้าให้ขุ่นข้นจะต้องชดใช้ด้วยชีวิต!//

หามิได้...ข้าเพียงต้องการสิ่งของใต้น้ำกลับคืน

///สิ่งใดที่อยู่ที่นี่ก็ต้องเป็นของที่นี่!!!//

แต่สิ่งที่ช่วงชิงไปจากเจ้าของ..ก็ต้องคืนเจ้าของ!!! แววตาของชายหนุ่มเปลี่ยนไป ดวงตาสีอำพันทองและเขียวมรกตงดงามเปลี่ยนจากแววเฉยเมยเป็นแข็งกร้าว ดวงหน้าคมคายงดงามมีสีหน้าจริงจังพร้อมจะเอาเรื่องได้ทุกเวลา

สายประคำใหญ่ที่เคยคล้องอยู่ที่ลำคอระหงตลอดเวลากลายเป็นอาวุธเข้าต่อกรกับศัตรูตรงหน้า เวทย์มนต์ดาวห้าแฉกถูกปลายนิ้ววาดฝ่าวงอากาศขึ้นหลายต่อหลายครั้งเช่นเดียวกับพายุคลื่นคลั่งที่แฉลบเข้าหาร่างองเมียวจิหนุ่มเต็มแรง สายน้ำที่พุ่งแหวกอากาศสายแล้วสายเล่าคมกริบดั่งคมมีดโกนและหนักหน่วงปานหินผาถล่ม ความเกรี้ยวโกรธของภูติแห่งบึงน้ำทำให้มันหลงลืมถึงสิ่งที่จมอยู่ในตัวเองไปเสียสนิท และไม่ทันได้เห็นแม้แต่รอยยิ้มน้อยๆที่มุมปากขององเมียวจิหนุ่มผู้เอาแต่กางม่านพลังหลบการโจมตีของสายน้ำอยู่ไปมา ...

เพราะในยามนี้วงเวทย์ขนาดใหญ่รูปดาวห้าแฉกได้กางเต็มผิวน้ำครอบคุลมพื้นที่ส่วนใหญ่ทั่วทั้งบึงไปจนสิ้นแล้ว..

ผิวน้ำที่เคยไม่สามารถมองทะลุลงไปยังก้นบึงได้ แปรสภาพเหมือนดังกระจกใสส่องทะลุเห็นไปถึงเบื้องล่างของท้องน้ำได้ชัดเจนยิ่ง และนั่นก็ถือว่าสัมฤทธิ์ผลตามที่ชายหนุ่มวางแผนขั้นแรกไว้อย่างงดงาม

ทันทีที่คู่มือเรียวกระแทกประสานเข้าหากัน สิ่งที่ชายหนุ่มค้นหาก็พุ่งทะยานสู่ผิวน้ำราวกับถูกแรงอัดมหาศาลจากเบื้องล่างกระแทกสู่ฟากฟ้า ยาซึอากิถีบตัวสุดแรงเอื้อมมือออกไปหมายมั่นจะไขว่คว้ามันไว้และเกือบจะได้มันมาอยู่ในมือ ถ้าหากไม่เป็นเพราะว่าภูติพรายตนนี้กลับตัวทันและเปิดฉากโจมตีชายหนุ่มอย่างต่อเนื่อง ร่างเพรียวอาศัยความว่องไวเร้นกายหลบคมมีดน้ำไปได้อย่างฉิวเฉียดแต่กระนั้นก็ยังโดนปลายน้ำถากหลังมือเป็นแผลยาว จากการพลิกตัวหลบนี้เองทำให้ชายหนุ่มไม่มีทางเลือกอื่นนอกเสียจากกระโจนตามลงไปในน้ำด้วยทั้งที่รู้ว่าจะทำให้ตัวเองเสียเปรียบคู่ต่อสู้มากมาย

การเคลื่อนไหวในน้ำเป็นไปอย่างยากลำบาก แต่แล้วที่สุดขลุ่ยผิวเลานั้นก็เข้ามาอยู่ในมือขององเมียวจิหนุ่มได้สำเร็จ ทว่าถึงจะได้ของชิ้นนี้คืนมาก็คงไม่มีความหมายอะไรหากยังหยุดความคุ้มคลั่งของภูติพรายในบึงน้ำนี้ลงไม่ได้ ตัวชายหนุ่มเองก็พยายามจะหาโอกาสขึ้นฝั่งหลายครั้ง ติดอยู่ก็ตรงที่ว่าเสื้อผ้าที่สวมใส่ตัวมีหลายชิ้นประกอบกับเปียกน้ำจึงยิ่งหนักอึ้งและถ่วงน้ำหนักให้เคลื่อนไหวได้ลำบากกว่าเดิมหลายเท่าอีกด้วย..

สายน้ำแปรสภาพอีกหนกลับเปลี่ยนเป็นงูยักษ์โถมเข้ามัดร่างองเมียวจิหนุ่มไว้เสียแน่น ชายหนุ่มพยายามดิ้นรนขัดขืนเพื่อหาทางตอบโต้คืน หากมิอาจทำได้สะดวกนักเพราะดูเหมือนทั่วทั้งร่างจะยึดติดกับพันธนาการไปเสียหมด และถึงแม้จะเจ็บปวดหรืออึดอัดเพียงใด ในมือข้างหนึ่งก็ยังกำขลุ่ยเลานั้นไว้แน่นไม่ยอมปล่อย ก่อนที่สถานการณ์จะพลิกกลับ....

ซึยเงคิฮะ!!!

พริบตาเดียว คลื่นยักษ์จากด้านหลังก็ตรงเข้าอัดกระแทกงูยักษ์ที่รัดร่างยาซึอากิอยู่เต็มแรงจนพวกมันมิอาจทานทนไหวจำต้องปล่อยร่างองเมียวจิหนุ่มให้เป็นอิสระก่อนที่พวกมันจะสูญสลายกลับคืนเป็นน้ำดังเดิม ร่างเพรียวร่วงลงมานั่งพับเพียบอยู่ในบึงน้ำแถบใกล้ๆริมตลิ่งในสภาพที่หน้าตาเนื้อตัวเปียกปอนไปหมด

ท่านยาซึอากิ! น้ำเสียงอ่อนโยนเจือความเป็นห่วงล้นพ้นนี้จะเป็นผู้ใดอื่นมิได้นอกเสียจากเอย์เซ็น เจ้าของขลุ่ยเลานี้ อารามตกใจที่ได้เห็นภาพองเมียวจิหนุ่มผู้เก่งกล้าพลาดท่าทำให้ร่างบางเผลอใช้พลังแห่งเก็มบุสวรรค์ออกมาเต็มกำลังเพื่อปกป้องสหายสำคัญ เด็กหนุ่มวิ่งตรงเข้ามาหาด้วยสีหน้าร้อนรน

เป็นอะไรมากรึเปล่าครับ ดูสิเปียกปอนไปหมดทั้งตัวเลย... อ๊ะ..ท่านบาดเจ็บด้วยนี่ ร่างบางออกอุทานเสียงดังเมื่อเห็นแผลยาวที่หลังมือของชายหนุ่มตรงหน้า แต่มือเรียวข้างนั้นกลับยกขึ้นปิดปากคู่สนทนาเป็นเชิงห้าม

อย่าพึ่งสนใจข้า...มันยังไม่สิ้นฤทธิ์ง่ายๆแบบนี้ ซึ่งก็จริงดังที่ชายหนุ่มว่า...บึงน้ำกว้างเริ่มสะท้านสะเทือนอีกครั้ง คราวนี้ท้องน้ำปั่นป่วนหมุนวนสาดซัดไปมาบ้าคลั่งยิ่งกว่าเดิมนับร้อยเท่า

อา..จะทำยังไงดี เอย์เซ็นถึงกับตื่นตระหนกกับภาพที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อนในชีวิต ผิดกับชายหนุ่มตัวเปียกข้างๆที่ขบคิดได้อย่างว่องไว เขาไม่รีรอที่จะส่งขลุ่ยเลานั้นกลับไปหาเจ้าของเดิม

เป่านี่ซะ..อย่าหยุดจนกว่าข้าจะหยุดท่องมนต์ เข้าใจนะ คนกล่าวลุกขึ้นอย่างว่องไวพร้อมกับลุกพรวดขึ้นจากน้ำว่าคาถาชุดใหญ่ ไม่ทันจะได้ร่ายเวทย์อันใดดีนัก...ก็พลันได้ยินเสียงเด็กหนุ่มด้านหลังร้องขึ้นมาอย่างตื่นตระหนก

ทะ...ทำไมถึงหนักขนาดนี้ล่ะครับ

ยาซึอากิหันขวับไปดูเองก็ให้ประหลาดใจไม่แพ้กัน ขลุ่ยผิวบางๆเบาหวิวแทบไร้น้ำหนักที่เขาถืออยู่เมื่อครู่ไฉนจึงได้แลดูเป็นสิ่งที่มีน้ำหนักมากมายมหาศาลปานท่อนซุงจนกระทั่งเอย์เซ็นที่แม้ใช้สองมือแบกรับยังแทบจะทานน้ำหนักไม่ไหว... เป็นไปได้อย่างไร?หรือว่าภูติพรายตนนี้กระทำเล่ห์กลอันใดไว้...

อะไรบางอย่างในความรู้สึกบอกให้เขารู้ว่า อย่าได้ให้ของชิ้นนี้ตกลงพื้นดินหรือพื้นน้ำได้อีก

อย่าปล่อยมือเด็ดขาดนะ.. เขาร้องบอกเอย์เซ็นเสียงดัง

องเมียวจิหนุ่มไม่สนใจจะบริกรรมมนตราใดอีกแล้ว เขาวิ่งกลับขึ้นไปบนฝั่งหมายจะช่วยแก้ไขอะไรได้บ้าง สองมือบอบบางของเอย์เซ็นเริ่มสั่นสะท้านด้วยความหนักหน่วง และเกือบจะปล่อยมันตกดินไปถ้าหากไม่ได้ชายหนุ่มผู้ทรงอาคมแก่กล้าวิ่งถลันเข้ามาช่วยรับน้ำหนักไว้อีกคนได้ทันท่วงที

ดวงหน้าคมคายนิ่วหน้าเมื่อได้สัมผัสกับน้ำหนักมากมายของขลุ่ยน้อยเล่มบาง แม้แต่ตัวเองยังแทบจะถือไม่ไหวนับประสาอะไรกับพระอนุชาแห่งจักรพรรดิผู้บอบบางอย่างนี้เล่า

ไม่ต้องสนใจอะไรทั้งนั้น...บรรเลงบทเพลงเดิมที่เจ้าเคยเล่นที่นี่อีกครั้ง เร็วเข้า..

ท่านยาซึอากิ! แต่..ท่านจะต้านน้ำหนักมันไม่ไหว.. ร่างบางท้วงติงด้วยความเป็นห่วง

นี่ไม่ใช่เวลาจะมาลังเล! ชายหนุ่มดุเสียงกร้าวขึ้นอีกนิด หากเจ้าขืนชักช้าเราจะแย่กันหมด!

เอย์เซ็นพยักหน้ารับรีบจรดริมฝีปากบางลงบนขลุ่ยปลดปล่อยบทเพลงไพเราะเพราะพริ้งหวานนุ่มแกมเศร้าให้ดังก้องไปทั่วคุ้งน้ำและป่ากว้างอีกครั้ง เกิดเป็นลมหมุนสลาตันพัดพาทะลุทะลวงลงกลางบึงน้ำใหญ่ เสียงหวีดร้องดังลั่นของภูติพรายใต้น้ำดังกึกก้องสะเทือนแผ่นดินเมื่อพลังมหาศาลทั้งสองพุ่งเข้าประสานงากันอย่างแรง สายลมและสายน้ำกรรโชกรุนแรงสาดซัดจนเอย์เซ็นสั่นสะท้านไปทั้งร่าง ร่างบางอดรู้สึกหวาดกลัวระคนตื่นเต้นกับเหตุการณ์ที่เกิดทั้งหมดตรงหน้าไม่ได้ ถึงขนาดที่เสียงเพลงจากขลุ่ยผิวยังดังขาดๆหายๆเป็นช่วงๆพอให้ยาซึอากิจับสังเกตได้

อย่ากลัวไปเลย...ข้าจะคุ้มครองเจ้าเอง เสียงกระซิบเบาๆลอยแว่วมากับสายลมแผ่วๆ ร่างบางสะดุ้งน้อยๆเมื่อสองมือที่เคยช่วยรับประคองก้านขลุ่ยไว้ด้วยกันเมื่อครู่เปลี่ยนเป็นรั้งตัวเขาเข้ามากอดเสียจนชิดแทบไม่เหลือช่องว่างใด.. เขาไม่กล้าแม้กระทั่งจะเงยหน้าขึ้นสบตาคนตรงหน้า ทั้งร่างร้อนผ่าวราวสุมไฟเมื่อต้องสัมผัสใกล้ชิดจากองเมียวจิหนุ่ม ความรู้สึกที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับตัวในเพศบรรพชิตแทรกแซงรุกรานขึ้นมากลางใจ กาลเวลาและสรรพสิ่งราวกับถูกลืมเลือน แม้กระทั่งน้ำหนักของขลุ่ยผิวอันแสนหนักหน่วงเมื่อครู่ที่กลับกลายมาเบาหวิวดังขนนกดังเดิมตั้งแต่เมื่อไหร่นั้น...เอย์เซ็นก็ไม่มีแก่ใจไปคิดถึงมันอีก

แสงออร่าสีทองอร่ามเรืองรองวาวโรจน์ออกจากร่างสูงโปร่งของยาซึอากิตลอดเวลาที่เขาหลับตาพร่ำภาวนาคาถาไปเรื่อยๆ ภาพความวุ่นวายโกลาหล เสียงอึกทึกกึกก้องค่อยๆทยอยเงียบเสียงลงทีละน้อยจนกระทั่งทุกอย่างหวนกลับสู่ความสงบดังเก่า ภูติพรายแห่งบึงน้ำกว้างผู้หลงใหลในบทเพลงขลุ่ยถูกสยบลงสู่ใต้พื้นน้ำลงอีกครั้ง..

เนิ่นนานเท่าใดไม่อาจทราบได้..เอย์เซ็นลืมตาขึ้นอีกครั้งก็พบว่าตนเองกำลังซบใบหน้าอยู่กับแผงอกเปียกชื้นแนบแน่น...เช่นเดียวกับสองมือของตนที่โอบกอดเอวบางของคนตรงหน้าไว้แม่นมั่น สติสัมปชัญญะของเขากลับคืนมาทันทีและตระหนักได้ว่าตอนนี้สิ่งแรกที่เขาควรจะทำคืออะไร

ท่าน..ยาซึอากิ ..หมดเรื่องแล้วกระมัง กรุณาปล่อยข้าก่อนเถอะครับ ว่าพลางพยายามออกแรงขืนตัวออกห่าง ใบหน้าหมดจดร้อนผ่าวนิดๆด้วยความรู้สึกแปลกๆที่เต็มตื้นขึ้นในใจ แต่ไม่ว่าจะพร่ำขอร้องใดๆ ก็ดูเหมือนว่าจะไร้ซึ่งปฏิกิริยาตอบสนองจากร่างสูงโปร่งที่ซบหน้าอยู่บนไหล่บางได้เลย ตรงข้ามร่างนั้นกลับยิ่งโถมเทน้ำหนักทั้งตัวลงทับกว่าเดิม...ราวกับไม่เหลือสติสัมปชัญญะพอให้ทรงกายอยู่ได้..เอย์เซ็นเริ่มใจไม่ดี....

ท่านยาซึอากิ...ได้ยินที่ข้าพูดมั้ยครับ..ได้โปรดตอบข้าที ...ทะ..ท่าน....! ร่างบางใจหายวาบเมื่อดึงตัวชายหนุ่มลงมาแล้วพบว่า ..ดวงตาสีอำพันทองและเขียวมรกตสวยสดที่เคยใช้เขม้นมองคนทุกผู้กลับปิดสนิทหลับพริ้มดังคนนอนหลับ เกล้าผมมวยที่ทำไว้หลุดลุ่ยชุ่มน้ำสยายยาวลงมาปรกใบหน้านวลคมกว่าครึ่ง เนื้อตัวเย็นเฉียบยิ่งกว่าน้ำแข็ง ผิวกายนวลที่ขาวอยู่แล้วก็ยิ่งดูซีดขาวลงกว่าเดิมอีกเป็นเท่าตัว

ท่านยาซึอากิ! ! เอย์เซ็นพร่ำเรียกชื่อนี้ซ้ำไปซ้ำมาพลางเขย่าตัวชายหนุ่มในอ้อมแขนดังคนเสียขวัญอย่าเงียบไปเฉยๆแบบนี้ซิครับ..อย่าทำให้ข้าตกใจสิ หยาดน้ำตาร้อนผ่าวคลอรื้นอเมทิสต์คู่งามจนฝ้ามัว ได้โปรดเถอะ...อย่าเป็นอะไรไปเลย ใครก็ได้..ใครก็ได้ช่วยท่านยาซึอากิด้วย!

คำวอนขอของเอย์เซ็นส่งไปเร็วเท่าความคิด พลตรีทาจิบานะและปลัดหนุ่มคู่ใจที่กำลังหารือกับองค์หญิงฟุจิบนเรือนใหญ่ต่างคนต่างชะงักงันพร้อมกัน ทั้งคู่มองหน้ากันเพียงคนละแวบแล้วต่างก็พร้อมใจขอตัวออกมาจากที่นั้นเสียโดยด่วนท่ามกลางความประหลาดใจขององค์หญิงเจ้าของเรือนพัก

ข้าได้ยินเสียง..ท่านเอย์เซ็น โทโมะมาสะออกวิ่งสุดฝีเท้าไปตามทิศทางที่จับความรู้สึกได้

เช่นกันครับ...เกิดอะไรขึ้นกับสองท่านนั้น?

ไม่รู้เหมือนกัน...แต่ท่าทางจะไม่ใช่เรื่องเล็กแน่ ชายหนุ่มว่าพลางเร่งฝีเท้าเร็วกว่าเดิมโดยมีจุดหมายอยู่ที่...บึงน้ำกว้างกลางป่าใหญ่

-----------------------------------------------------------------

สามชั่วยามเต็มๆกว่าที่อำพันทองและมรกตใสสะอาดคู่นั้นจะกลับมากระพริบเปิดเองอีกครั้ง..

องเมียวจิหนุ่มในชุดยูกาตะสีขาวสะอาดลุกขึ้นนั่งบนที่นอนอย่างรวดเร็วราวกับคนที่ได้พักผ่อนเต็มอิ่ม เส้นผมยาวนุ่มสีเขียวอ่อนโยนที่เริ่มจะแห้งปรกดวงหน้าครึ่งซีกบดบังทัศนวิสัยจนร่างโปร่งในผ้าห่มต้องยกมือเรียวขึ้นเสยผมยาวสลวยออกเสียบ้าง ชายหนุ่มหันไปพิจารณาทุกสิ่งรอบกายพร้อมกับนึกทบทวนเรื่องราวทุกอย่างก่อนหน้านี้ในใจอย่างเงียบๆ ทุกสิ่งทุกอย่างรอบกายยามนี้มืดมัว มีเพียงแสงสีส้มจากตะเกียงสองสามดวงอยู่แถวมุมห้องที่พอจะให้แสงสว่างรำไร

เงาใครคนหนึ่งผ่านฟุสึมะตะคุ่มๆก่อนที่จะเลื่อนมันออกช้าๆ...โทโมะมาสะนั่นเอง

ตื่นแล้วเหรอท่านยาซึอากิ นี่นับเป็นโชคดีของพวกข้าที่ท่านยังรีบฟื้นในคืนนี้นะ ไม่เช่นนั้นองค์ชายน้อยคงทำน้ำท่วมเรือนไปแล้ว ผู้มาเยือนสัพยอกเล็กๆ

ท่วมเรือน? ร่างโปร่งบนที่นอนยังไม่เข้าใจ

ก็จู่ๆท่านวูบไปเสียเฉยๆอย่างนั้น องค์ชายเลยทรงตกพระทัยเกรงว่าท่านจะมีอันตรายถึงชีวิตน่ะสิ นี่ก็เอาแต่โศกเศร้าเฝ้าแต่โทษตัวเองว่าทำให้ท่านมีอันตราย ข้าส่งทากามิจิไปปลอบตั้งนานแล้วไม่รู้ว่าจะเป็นอย่างไรบ้าง แถมยังทำให้พวกข้าต้องลำบากแบกท่านกลับมาถึงเรือนซะอีกด้วยนะ

ไม่ได้ตั้งใจจะทำให้ตกใจกัน น้ำเสียงนุ่มดังแผ่วๆลอดเรียวปากสวย วันข้างแรมมีผลกระทบต่อพลังในตัวข้ามาก พลังจะถูกทอนลงถึงหนึ่งในสามส่วน เพื่อกำราบภูติน้ำให้อยู่เลยจำต้องใช้พลังมากกว่าปกติ จนร่างกายมันฟ้องว่าถึงขีดสุดของมันแล้วถึงได้ดับเครื่องลงไปเองดื้อๆแบบนั้น..แต่ยังไงก็ต้องขอบคุณพวกเจ้า เขาอธิบายช้าๆ

ข้าแค่ล้อเล่น โทโมะมาสะยิ้มน้อยๆ ก็พูดไปอย่างนั้นแหละ.. ถึงอย่างไรท่านก็มีบุญคุณต่อองค์ชายใหญ่หลวง พวกข้าต่างหากที่ต้องเป็นฝ่ายขอบคุณท่าน

มันเป็นหน้าที่ของข้า

พักผ่อนอีกหน่อยแล้วกัน เดี๋ยวข้าจะไปแจ้งข่าวดีสักหน่อย ท่านผู้นั้นคงจะทรงดีพระทัยมากๆเลยล่ะ ร่างสูงใหญ่หุบพัดในมือพรึ่บก่อนจะค้อมศีรษะให้น้อยๆแล้วลุกเดินออกไปจากห้องอย่างแช่มช้าอารมณ์ดี

ทิ้งให้องเมียวจิหนุ่มอยู่ในห้องตามลำพังกับความมืดสลัวและหนาวเย็นของราตรีกาล..

--------------------------------------------------

ร่างสูงโปร่งเปิดผ้าห่มออกลุกขึ้นเปลี่ยนอิริยาบถไปนั่งพิงอยู่ข้างหน้าต่างบานใหญ่ สายตาคมวาวในความมืดเหม่อมองทอดไปไกล ตั้งแต่จำความได้...เขาไม่เคยเจ็บป่วย ไม่เคยต้องทุกข์ทรมานกับความร้อนหนาวหรือความผันแปรของธรรมชาติรอบตัว ไม่เคยต้องหวาดกลัวภยันตรายใด..แลดูช่างเป็นพรอันประเสริฐนักสำหรับมนุษย์ผู้หนึ่ง แต่ในคำพรแสนวิเศษก็คือคำสาปที่น่ากลัว เพราะที่เขาไม่เคยรู้จักสิ่งเหล่านั้นก็เนื่องมาจากความไร้ซึ่งอารมณ์ และความรู้สึกเยี่ยงปุถุชนทั่วไปที่พึงมีนั่นอย่างไร.. มีกำเนิดจากดอกไม้เสมือนเป็นแค่เครื่องมือที่ท่านอาจารย์ไว้ใช้สอยต่างมือเท้า และประทับคำว่า ศิษย์เอกแห่งอาเบย์ โนะ เซย์เมย์ เอาไว้นำหน้าชื่อตัวก็เท่านั้น ไม่เคยมีเพื่อน ไม่เคยมีพวกพ้อง ไม่เคยได้รับการปฏิบัติจากผู้อื่นดังเช่นคนธรรมดา แม้แต่เหล่าศิษย์พี่ศิษย์น้องในสำนักเองก็ยังมองเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยอะไรบางอย่างในใจเสมอ..มองเห็นความแปลกแยกที่แสดงออกมาทางหน้าต่างของหัวใจคู่แล้วคู่เล่าได้อย่างเด่นชัด จนกระทั่งเคยชินกับมันและเลิกใส่ใจไปได้ในที่สุด แต่แม้ว่าจะทำเป็นไม่แยแสต่อสิ่งรอบข้าง หากหัวใจลึกๆยังร่ำร้องหาบางสิ่งบางอย่างที่จะมาเติมเต็มสิ่งที่เขาขาดหายไปเสมอ..

สายลมหนาวหวีดหวิวพัดโชยเข้าต้องผิวกายเป็นระลอก หากเขาไม่เคยรู้สึกเหน็บหนาวเพราะร่างกายตัวเองก็เย็นเฉียบเช่นนี้มาตลอดไม่ผิดไปจากสายลมในเหมันตฤดูยามนี้เลยแม้แต่น้อย หลายคนทำหน้าตากระอักกระอ่วนใจทุกครั้งที่ได้สัมผัสร่างกายของเขา ซึ่งแต่แรกเขาไม่เคยทราบว่าเพราะเหตุใดทีท่าของผู้คนรอบกายจึงเป็นเช่นนั้น ..แล้วในภายหลังที่แอบได้ยินสิ่งที่คนซุบซิบนินทากันจึงได้พอทราบว่า ที่เป็นอย่างนั้นเหตุจากอุณหภูมิเยือกแข็งของผิวกายขาวนวลที่เย็นชืดไม่ต่างอะไรกับซากอสุภะนั่นเอง...

ใครคนหนึ่งเดินผ่านฟุสึมะเข้ามาในห้องอย่างเงียบเชียบ ตรงมายังด้านหลังของชายหนุ่มก่อนจะบรรจงคลี่ผ้าห่มผืมใหญ่ลงคลุมกายให้อย่างเบามือ ด้วยสัญชาตญาณแห่งการป้องกันตัว เรือนร่างโปร่งเจ้าของเรือนผมยาวสลวยสีเขียวตองอ่อนหันขวับกลับไปจับมือคนข้างหลังไว้เสียทันควัน เสียงร้องอุทานด้วยความตกใจดังขึ้นตามมาติดๆ

ใครน่ะ

อ๊ะ...ขะ..ข้าเองครับ เอย์เซ็น ขอโทษนะครับที่ทำให้ตกใจ ไม่แน่ใจนักว่า..คนพูดมากกว่าหรือเปล่าที่เป็นฝ่ายตกใจจึงได้ชักมือกลับออกมาทันที มือของท่าน...เย็นมากเหลือเกินนะครับ เย็นจัดเหมือน...เอ่อ.. ร่างบางผู้มาเยือนชะงักไปนิดด้วยนึกไม่ออกกลางครันว่าจะเปรียบอุณภูมิเช่นนี้กับอะไรดี กระทั่งน้ำเสียงของร่างข้างหน้าต่างตอบขึ้นมาให้เสียเอง

เหมือนซากศพ..ใช่ไหม คำตอบนี้ทำเอาเอย์เซ็นรู้สึกผิดขึ้นมาอย่างแรง ร่างบางรีบอธิบายเป็นการใหญ่

ไม่ใช่อย่างนั้นนะครับ..คือว่า...

ไม่ทันได้ยกคำใดมาพูดทัน อีกเสียงหนึ่งสวนกลับมาเสียก่อน

คนส่วนมากจะรู้สึกไม่ดีที่สัมผัสถูกตัวข้า..เพราะว่ามันเย็นเฉียบราวกับซากศพของคนตายที่เย็นชืด ไม่มีมนุษย์คนไหนอยากจะข้องแวะกับสิ่งที่ไร้วิญญาณเพราะไม่ได้มีกำเนิดมาจากมนุษย์อยู่แล้วล่ะ หากเจ้าไม่อยากรู้สึกอย่างนี้ก็จงอย่าเข้าใกล้ข้าอีกเลย แสงสลัวในห้องเพียงรำไรมืดมัวจึงไม่อาจเห็นได้ว่าดวงตาสองสีของคนพูดเศร้าหมองลงขนาดไหน เอย์เซ็นได้ยินคำพูดเหล่านั้นแล้วให้รู้สึกเจ็บปวดแทนเป็นกำลัง เขาไม่น่าเผลอหลุดปากพูดถึงสิ่งที่ตอกย้ำหัวใจของยาซึอากิออกมาเลย หากไม่ทำอะไรสักอย่างเขาคงจะต้องเสียใจที่สุดที่ทำร้ายใจคนๆนี้โดยไม่ตั้งใจ

ไม่ครับ..ข้าไม่เคยนึกรังเกียจ หรือหวาดกลัวใดๆทั้งนั้น ผ้าห่มผืมกว้างคลุมลงไปบนแผ่นหลังของอีกฝ่ายอย่างเบามือ ร่างบางทรุดลงนั่งใกล้ๆพลางประกบมือของตัวเองไว้บนคู่มือเรียวอย่างจงใจ ไออุ่นของฝ่ามือคู่บนทำให้คนตรงหน้าต้องเงยหน้าขึ้นมามองช้าๆ

ไม่ใช่เพราะมือนี้หรอกหรือครับ..ที่ช่วยข้า คุ้มครองข้า และนำของสำคัญของข้ากลับคืนมาได้ ถึงแม้ทั้งสองมือและร่างกายท่านจะเย็นเยียบราวน้ำแข็งในลำธาร และอาจไม่ได้มีกำเนิดมาจากมนุษย์ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่า..นี่เป็นเครื่องหมายแสดงความแปลกแยกของท่านกับมนุษย์ทั่วไปแต่อย่างใดเลยนะครับ ตรงกันข้าม..ข้ากลับรู้สึกอยู่เสมอว่า ท่านมีหัวใจอบอุ่นของมนุษย์อยู่กับตัวตั้งนานแล้วล่ะครับ อเมทิสต์สีม่วงใสคลอหน่วยไปด้วยหยดน้ำใสๆปริ่มจะล้นไหลลงมาอยู่แล้ว เจ้าตัวพยายามกะพริบตาถี่ๆไม่ยอมปล่อยให้ทำนบน้ำตาพังทลายลงมาได้ง่ายๆ

แล้วทำไมต้องทำหน้าเศร้า..ต้องหลบตาข้าอยู่เรื่อย

เอย์เซ็นพูดอะไรไม่ออก ความยินดีเป็นล้นพ้นที่คนตรงหน้าได้สติกลับคืนมา ได้มีโอกาสพูดคุยกับเขาอีกครั้ง..เท่านี้ก็ตื้นตันในหัวอกเสียยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด ทั้งที่พยายามแล้ว แต่แค่กะพริบตาเพียงนิดหยาดหยดน้ำตาใสก็ปรี่ล้นลงอาบร่องแก้มเป็นสาย ปล่อยให้องเมียวจิหนุ่มจับสังเกตได้อย่างง่ายดาย

เจ้าร้องไห้?...มีเรื่องอะไรน่าเศร้างั้นหรือ? เหตุใดจึงต้องหลั่งน้ำตา?

ข้าไม่ได้เศร้านะครับ...แต่ ข้าดีใจต่างหาก น้ำเสียงหวานสั่นเครืออู้อี้

ดีใจ? ยาซึอากิทวนคำด้วยความฉงน ดีใจก็ต้องมีน้ำตาด้วยหรือ

น้ำตาไม่ได้แปลว่าต้องเศร้าโศกเสมอไปนะครับ...บางครั้ง เมื่อดีใจ ปลาบปลื้ม หรือตื้นตัน..ก็ทำให้คนเราหลั่งน้ำตาด้วยความปีติได้เช่นเดียวกัน ข้าดีใจเหลือเกิน..ที่ท่านไม่เป็นอะไร เอย์เซ็นยิ้มออกมาทั้งน้ำตา องเมียวจิหนุ่มแม้จะไม่อาจเข้าใจได้ทั้งหมด แต่ถอนมือออกจาการเกาะกุมไว้ยกขึ้นปาดน้ำตาใสออกจากร่องแก้มเนียนให้อย่างเบามือ

ข้าไม่ค่อยเข้าใจนักหรอก..แต่อย่าร้องไห้อีกเลย ข้าไม่ชอบเห็นน้ำตาของใครทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นมิโกะ หรือเจ้า เอย์เซ็นเงยหน้ามองฝ่ามือเย็นเฉียบนั้นอย่างรักใคร่...ดวงตาสีม่วงสวยแม้ยังชื้นฉ่ำด้วยคราบน้ำตาทว่าก็ไม่มีหยดใดไหลร่วงลงมาให้เห็นอีกแล้ว...

////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////

อะแฮ่ม...ท่านโทโมะมาสะครับ ข้าว่า..เราเลิกทำแบบนี้ดีกว่า ขืนท่านยาซึอากิรู้ตัวเข้าเรามีหวังถูกท่านองเมียวจิสาปแช่งเอาแน่ๆเลยนะครับ เสียงทุ้มๆของคนข้างหลังกระซิบเบาๆพอให้คนข้างหน้าได้ยิน หลังจากที่คนทั้งคู่มายึดทำเลแถวฟุสึมะหน้าห้องแอบส่องดูความเคลื่อนไหวของคนทั้งสองภายในอยู่ได้ชั่วขณะหนึ่งแล้ว

ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ผู้เป็นเจ้านายหันกลับมายิ้มให้อย่างอารมณ์ดีก่อนจะกระซิบกระซาบกลับบ้าง

อะไรกัน ภาพสวยๆแบบนี้เห็นแล้วเจริญหูเจริญตาดีออกนะทากามิจิคุง..เจ้าไม่ชอบเหรอ? ชายหนุ่มเอาพัดป้องปากหัวเราะเบาๆ เล่นเอาท่านปลัดหนุ่มใจหายวูบเกรงว่าคนในห้องจะได้ยินเสียงผิดปกติที่หน้าประตู เขารีบจัดการดึงแขนเจ้านายพาลากออกไปจากแถวนั้นทันที โดยที่นายหนุ่มเจ้าสำราญผู้ชื่นชอบบรรยากาศดีๆในห้องยอมให้ฉุดกระชากลากตัวเอาไปแบบง่ายดาย

กระทั่งออกมาไกลได้พอสมควรแล้วนั่นแหละ ปลัดหนุ่มถึงได้ออกปากพูดได้เต็มเสียงขึ้นกว่าเดิม

มันไม่ดีนะครับ..หากผู้ใดมาเห็นเข้าจะเก็บไปครหาได้

ไม่เห็นยาก..ก็อย่าให้ใครเห็นซิ

ก็นั่นแหละครับ...เห็นหรือไม่แต่มันก็..ก็ไม่สมควรที่เราจะไปก้าวก่ายกับเรื่องของสองท่านนั้นนะครับ ชายหนุ่มผู้เคร่งครัดต่อศีลธรรมอันดีต่อว่าพองาม

เป็นห่วงข้าเหรอ..ใจดีจังนะ ทากามิจิคุง นายหนุ่มยังเย้าไม่เลิก ทำเอาปลัดหนุ่มเบือนหน้าหลบไปอีกทางแบบงอนๆ

ข้ามีเจ้านายอยู่กี่คนกันล่ะครับ...จะปล่อยให้ท่านถูกข้อครหาให้เสื่อมเกียรติได้ยังไงกัน

เป็นเพราะคนฟังนิ่งเงียบไปนาน..นานเสียจนกระทั่งทากามิจิอดรนทนไม่ไหวเสียเองต้องหันกลับไปดูถึงได้เห็นว่า ชายหนุ่มผู้เป็นนายกำลังเหม่อมองขึ้นไปบนท้องฟ้ายามค่ำคืนเหมือนกำลังคิดอะไรอยู่..

มีเรื่องไม่สบายใจรึเปล่าครับ..ปลัดหนุ่มออกปากถามขึ้นมา

เปล่า... โทโมะมาสะหันมายิ้มให้ แค่กำลังคิดว่า...ท่านยาซึอากินี่ก็รูปงามไม่แพ้สตรีเพศเลย ยิ่งตอนที่ปล่อยผมสยายยาวแถมเสื้อผ้าเปียกน้ำแนบเนื้อขนาดนั้น..ข้าว่ามันเย้ายวนตาน่ามองเสียยิ่งกว่าพวกนางสนมกำนัลในวังหลวงเสียอีก ตัวก็เบากว่าที่คิดไว้เยอะเลยด้วย เขาว่าพลางนึกกระหวัดไปถึงตอนที่อุ้มร่างที่หลับใหลนั้นกลับมาส่งที่เรือนขององค์หญิงฟุจิอย่างรีบเร่งโดยมีทากามิจิประคองพระอนุชาตามหลังมาติดๆ ท่ามกลางความแตกตื่นโกลาหลพอสมควร ในเวลานั้นทุกคนเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกตกใจจนไม่ทันได้คิดถึงอะไรอย่างอื่น...กระทั่งเรื่องราวคลี่คลายเมื่อท่านองเมียวจิยาซึอากิของเหล่า 8 กลีบได้สติคืนมาอีกครั้งนั่นล่ะ..เขาจึงได้พอจะมีเวลานึกทบทวนเรื่องราวที่เกิดขึ้น

ท่านโทโมะมาสะ! คนฟังออกอุทานเหมือนไม่อยากเชื่อหู คิดอะไรอย่างนั้นเล่าครับ...กำลังหน้าสิ่วหน้าขวานแท้ๆท่านกลับนึกถึงเรื่อง...อย่างอื่นไปได้

ทำหน้าทำตาแบบนั้น...อย่างกับหึงหวงข้าที่ไปชายตามองชายหนุ่มคนอื่นยังงั้นแหละ พลตรีหนุ่มเจ้าสำราญกระเซ้าเข้าอีก หนนี้เรียกว่าทีเล่นทีจริงเลยก็คงได้กระมัง..

ท่าน! ! ทากามิจิเรียกได้แค่ครึ่งคำก็พูดต่อไม่ออก รู้สึกเหมือนไม่อยากสบตาด้วยเท่าไหร่นักเพราะเกรงว่าดวงตาคมกริบคู่นั้นจะทะลุทะลวงเข้าไปพบบางสิ่งที่ซ่อนอยู่ในใจไว้

ตามใจท่านเถอะครับ...ความคิดท่านข้าคงไม่มีสิทธิ์ใดๆจะไปห้าม เพียงแต่อยากเตือนเอาไว้เพราะไม่อยากให้ท่านต้องตกเป็นประเด็นร้อนของชาววังอีกก็เท่านั้น..ข้าขอตัว ปลัดหนุ่มค้อนให้วงหนึ่งก่อนจะค้อมศีรษะเป็นเชิงลา ออกย่างเท้าเดินหายกลับไปทางห้องพักของตัวเอง และก่อนจะไป เขายังได้ยินเสียงแว่วๆลอยตามลมมาด้วยว่า..

ว้า..น่าเสียดายแฮะ เลยไม่มีเพื่อนตามไปดูภาพประทับใจเมื่อกี๊เลย...ป่านนี้จะไปถึงไหนกันแล้วนะ พูดพลางชำเลืองหางตาไปมองอีกคนที่กำลังสาวเท้าสวบๆออกไป

และถึงตัวจะห่างออกไปแล้ว แต่ก็ยังอดมีน้ำเสียงโต้ตอบกลับคืนไปไม่ได้...

อยากทำอะไรก็เชิญครับ...ข้าไม่รู้ด้วยแล้ว ประโยคนี้ทำเอาโทโมะมาสะหัวเราะขำอยู่คนเดียวจนเอาพัดป้องปากแทบไม่ทัน...

ชมคนอื่นต่อหน้าไม่ได้แฮะ...หวงกันออกนอกหน้าเลย แต่นานๆจะได้เห็นทากามิจิทำหน้าตาแบบนี้สักที...ก็น่ารักดีไม่หยอกนะ

/////////////////////////////////////////////////////////////////////////

ตะเกียงเจ้าพายุอีกดวงหนึ่งถูกจุดขึ้นที่มุมห้อง..เพิ่มความสว่างไสวให้ห้องที่เคยมืดสลัวอีกเป็นทวีคูณ เหตุที่ต้องทำแบบนี้ก็เพื่อจะได้เห็นบาดแผลที่หลังมือขององเมียวจิหนุ่มได้ชัดขึ้น ฝ่ามือนุ่มๆของเอย์เซ็นหยิบผ้าขาวสะอาดออกชุบน้ำเช็ดแผลให้เบาๆก่อนจะทายาสมานแผลและเอาเศษผ้าสะอาดพันผูกทับไว้อีกชั้นหนึ่งกันเปรอะเปื้อน

ตลอดเวลานั้น..ยาซึอากิไม่ได้พูดอะไรเลย นอกเสียจากนั่งนิ่งๆมองดูมือเรียวบางที่จัดการกับแผลให้อย่างเชี่ยวชาญ ไม่นานนักกรรมวิธีปฐมพยาบาลก็ลุล่วงไปด้วยดี

เรียบร้อยแล้วครับ..ทีนี้ก็เหลือแต่ต้องเช็ดผมให้แห้ง ไม่งั้นจะเป็นหวัดเอาได้นะครับ อากาศหนาวขึ้นเรื่อยๆแล้ว ว่าจบก็คว้าเอาผ้านุ่มอีกผืนขึ้นมา พร้อมขยับกายเข้าไปใกล้เตรียมจะจัดการกับเส้นผมที่ยังชื้นของอีกฝ่าย แต่คู่มือเย็นเฉียบนั่นยกมือขึ้นกันเสียก่อน

ไม่เป็นไร..ข้าทำเองได้

ไม่ได้นะครับ...มือเจ็บออกอย่างนี้ทำเองจะไปถนัดได้ยังไง แถมผมก็ยาวมากด้วยปล่อยทิ้งไว้ไม่ได้เชียวนะครับประเดี๋ยวจะไม่สบายเอาง่ายๆ

ยาซึอากิมองหน้าคนพูดด้วยสีหน้าราบเรียบดังเคย ข้าไม่เคยเจ็บป่วย..ไม่มีปัญหาอยู่แล้ว แต่คนตรงหน้าก็ยังยืนกรานเสียงแข็ง

ไม่ได้ก็ไม่ได้สิครับ ถึงยังไงร่างกายท่านก็ยังเป็นมนุษย์อยู่ดี ถ้าเกิดล้มเจ็บขึ้นมาอีกล่ะก็.....ข้าคงต้องร้องไห้แน่เลย ไม่พูดเปล่า..พระอนุชารูปงามยังทำหน้าเศร้าประกอบด้วย แน่นอนว่า..องเมียวจิหนุ่มยอมทำตามง่ายๆโดยไม่มีข้อโต้แย้ง

ก็ได้

แค่ประโยคเดียวสั้นๆก็ทำให้เอย์เซ็นยิ้มออก ร่างบางถือผ้าลุกเดินอ้อมไปด้านหลัง ค่อยๆบรรจงช้อนเรือนผมชื้นๆขึ้นเช็ดไล่ลงมาอย่างแช่มช้า ไม่มีบ่นว่าเหน็ดเหนื่อยหรือเมื่อยล้ากับการที่ต้องทำแบบนี้ซ้ำๆกับเส้นผมหนายาวจรดสะโพกทั้งศีรษะ มีแต่ใบหน้าเบิกบานและรอยยิ้มจางๆอย่างชื่นชมเปื้อนใบหน้าตลอดเวลา

สวยจริงๆนะครับ..ผมของท่านทั้งยาวทั้งอ่อนนุ่มราวกับเส้นไหม ข้าไม่เคยเห็นเส้นผมของใครงามขนาดนี้มาก่อนเลยจริงๆ ร่างบางชื่นชมไม่ขาดปาก

ของเจ้าก็สวย องเมียวจิหนุ่มสงวนคำพูดไว้เพียงสั้นๆ หากนั่นก็พอแล้วที่จะทำให้ดวงหน้านวลซับสีระเรื่อแดงขึ้นมาน้อยๆในความมืด

คนทั้งสองไม่ได้เอื้อนเอ่ยวาจาใดอีกจนกระทั่งเรือนผมสลวยยาวนั้นแห้งดี หวีสางซี่ถี่ค่อยถูกนำมาใช้สางผมให้ต่อจนกระทั่งเสร็จเรียบร้อย ขั้นตอนสุดท้ายคือ เกล้าผมขึ้นไปทำมวยไว้ที่ข้างศีรษะเหมือนเดิม ซึ่งในการนี้สร้างความหนักใจให้เอย์เซ็นเป็นอันมาก...เพราะไม่เคยทำให้ผู้ใดมาก่อน

แล้วปัญหาก็หมดสิ้น เมื่อเจ้าของเรือนผมนุ่มเป็นฝ่ายออกปากเองว่า

ไม่เป็นไร ไว้พรุ่งนี้เช้าข้าจะทำเอง ตอนนี้ข้าอยากจะพักผ่อนสักหน่อย

งั้นข้าจะไม่อยู่รบกวนแล้วนะครับ...ขอตัวก่อน กำลังจะลุกขึ้นอยู่แล้ว..พลันฝ่ามือเย็นเฉียบนั้นเข้ามาจับไว้เป็นเชิงห้าม

อย่าพึ่งไป..ช่วยอยู่อย่างนั้นอีกหน่อยได้ไหม อเมทิสต์สดสวยมีแววประหลาดใจล้นพ้น และยิ่งประหลาดใจมากถึงมากที่สุด เพราะร่างโปร่งบรรจงเอนตัวลงนอนหนุนตักเขาพอดิบพอดีพร้อมกับคำพูดสั้นๆ

ข้าอยากได้ยินเพลงขลุ่ยของเจ้าอีก...จะยินดีเล่นให้ข้าฟังสักเพลงหนึ่งได้หรือเปล่า

คำขอเพียงสั้นๆจากชายหนุ่มที่เคยเรียบเฉยเย็นชาไร้อารมณ์นี้ดูพิเศษยิ่งกว่าใครๆ แล้วมีหรือที่คู่เก็มบุของตนเอ่ยปากขอแล้วอนุชาหนุ่มน้อยจะไม่สนองตอบให้เรียวปากสวยคลี่ยิ้มกว้างรับกับใบหน้าหวานซึ้งซ่านสีระเรื่อแดงอย่างน่ารัก

ด้วยความเต็มใจครับ

บทเพลงและท่วงทำนองแห่งความรู้สึกหลั่งไหลออกจากห้องเล็กห้องหนึ่งบนเรือนใหญ่ขององค์หญิงฟุจิไม่ขาดระยะ แม้นอากาศภายนอกจะหนาวเย็นสักเพียงไหน..หากภายในห้องน้อยกลับอบอวลไปด้วยอุ่นไอแห่งความรู้สึกดีๆเต็มทั่วทุกอณูอากศ และทุกสิ่งก็ยังคงดำเนินต่อไปเช่นนี้ราวกับไม่มีที่สิ้นสุด...จนกว่าจะถึงเวลาฟ้าสางของวันใหม่...

จบแล้วจ้ะ

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

ชอบจังเลย... 8กลีบมาจับคู่กันเองถึงจะดี.. อากาเนะอ่ะเป้นแม่สื่อให้เค้าไปอ่ะดีแล้ว เอิ้กๆ
แต่ว่าเขียนเก่งจังค่ะ เก็บข้อมุลได้ละเอียดจัง...
อ๊าก~!! เพิ่งมีโอกาสได้มาอ่าน บ้าคู่เดียวกันอีกแล้วค่ะพี่ปุ๊กขา~
หนูกรี๊ดคู่นี้มาตั้งแต่ตอนอ่านเล่ม 4 เลยล่ะค่ะ ยาซึอาคินี่ล่ะก็...ปากก็บอกว่าเอย์เซ็นตายแน่ๆ แต่สุดท้ายก็ไปช่วยชีวิตเอาไว้ กรี๊ดแตกค่ะ
#2  by  Aisa ประธานสภาถั่วฯ At 2005-07-06 12:21, 
เขียนได้ละเอียดละออมากค่ะ บทบรรยายนึกภาพออกเลย
คู่นี้ไม่ใช่คู่โปรดแต่ก็ดีใจที่มีคนเขียนฮารุกะออกมาค่ะ
#3  by  tameaw At 2006-04-21 02:13, 
เขียนได้ดีจังขอรับ ดูท่าคุณจะชอบยาซึอาคิซังกับเอย์เซ็นซังมากเลยนะขอรับ
#4  by  Beorhtast (124.157.229.85) At 2007-02-17 10:50, 

<< Home


nuinthelewen
View full profile